ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความบริบูรณ์ถึงพร้อมยิ่งขึ้น ยันเป็น
เหตุให้ได้โลกุตตรทรัพย์ คือพระนิพพาน
ธรรม
พระโสดาบัน ด้วยความปิติเบิกบานใน
จึงอยากที่จะกราบทูลพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าว่า ตัวของท่านนั้นบรรลุธรรม
ไปทดสอบท่านอุปปพุทธมา พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าตรัสกับพระอินทร์ว่าผู้ทดสอบ
เช่นพระอินทร์แม้มีเป็นร้อยเป็นพัน ก็ไม่
แล้ว
ต
แต่ก็หาโอกาสยากเพราะมีญาติ สามารถทำให้สุปปพุทธซึ่งบรรลุธรรมแล้ว
พูดเช่นนั้นได้เลย
ต่อไป
๒.อริยทรัพย์ คือ ทรัพย์อันประ
เสริฐ ทรัพย์ของพระอริยะ มีอยู่
ประการคือ
๑.สัทธา คือความเชื่อที่ประกอบ
ด้วยปัญญา และเหตุผล
๒. ศีล การรักษากาย วาจา ให้
เรียบร้อย ประพฤติถูกต้องดีงาม
๓.หิริ ความละอายใจต่อการทำ
ความชั่ว
ความชั่ว
-โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อ
๕.ลุตะ ความเป็นผู้ได้ศึกษาได้ยิน
ได้ปังมามาก
เผื่อแผ่
5.จาคะ ความเสียสละ เอื้อเสอ
ต.ปัญญา ความรู้ความเข้าใจถ่อง
แท้ในเหตุผล ดีชั่ว ถูกผิด คุณโทษ
ประโยชน์ มีใช่ประโยชน์ รู้คิด รู้พิจารณา
และรู้ที่จะจัดทํา
น
อริยทรัพย์ทั้ง ๗ ประการนี้ เป็น
ชองติดตัว เป็นเครื่องทะนุบำรุงจิต ติด
อยู่ภายในจิตใจ น้ำกไม่สามารถพัดพาไป
ไต้ ไฟกใหม่ไม่ได้ โจรกไม่สามารถปล้น
แย่งชิงไปใต้ ตนที่ไม่เป็นที่รักก็ไม่สามารถ
โยมพุทธบริษัทมาก จึงกลับบ้านก่อน
สูดธนลหุ) จาโค จ ปณฺณา เว สตุดม ธน
ยสฺส เอตา ธนา อตฺถิ อีตฺถียา ปุริสสฺส กา
อทสิทโทคิ ต อาทิ โฆฆ์ ตสฺส ชีวิต
ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ ปสาท' ธมฺมทสฺสน'
อนุยุญฺเชถ เมธาวิ สร พุทฺธาน สาสนนา
ทรัพย์ คือ ศรัทธา ศีล หิริ
ซึ่งบ้านท่านนั้นอยู่ไม่ไกลจากวัดมากนัก สุทธาธน สีลธน์ หิริ โอดคปปีย" ธน
ท่านกำหนดเวลาดูแล้วว่าญาติโยมพุทธ
บริษัทที่เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เริ่มน้อยลงแล้ว จึงเดินทางไปวัดทันที
ขณะเดินทางไปนั่นเอง พระอินทร์ทรง
ทราบเหตุการณ์นั้น จึงคิดจะทดลองใจ
ท่านลุปปพุทธจึงเหาะมายืนอยู่ในอากาศ ติฯ
พูดกับอุบาสกสุปปพุทธว่า
"สุปปพุทธตัวของท่านนั้นน่ะเป็น
คนจนยัดสนเงินทอง เราจะให้สมบัติแก่
ท่าน เพียงแค่ท่านพูดว่า พระพุทธเจ้า
ไม่ใช่พระพุทธเจ้า พระธรรมไม่ใช่
พระธรรม พระสงฆ์ไม่ใช่พระสงฆ์ พอ
กันที่สำหรับเรากับพระพุทธเจ้า หอกันที
สำหรับเรากับพระธรรม พอกันทีสำหรับ
เรากับพระสงฆ์ เพียงแค่นี้พูดได้หรือ
เปล่า?"
“ท่านเป็นใคร?” ตุปปพุทธถาม
“เราหรือ เราเป็นพระอินทร์”
พระอินทร์ตอบ
สุปปพุทธกล่าวต่อไปว่า “คน
อันธพาล คนไร้ยางอาย ท่านไม่สมควร
คดโกงในได้ ทรัพย์สมนสิอย่างอื่นก็ไม่ พูดกับเราเช่นนี้ ท่านว่าเรายากจน ขัด
สามารถมาทัดเทียมได้ ดังเช่นเมื่อครั้ง สนเงินทอง เป็นคนกำพร้า เปล่าเลย
พุทธกาลมีอุบาสกท่านหนึ่งชื่อสุปปพุทธ เราไม่ยากจน ไม่ขัดสน เราบรรลุความ
ตามตัวของอุบาสกท่านนี้ท่านเป็นโรค สุขแล้ว”
เรื้อน แต่เขามีนิสัยชอบฟังอรรมเป็น
พระอินทร์ได้ฟังเช่นนั้นแล้วก็
ประจำๆ วันหนึ่งขณะฟังธรรมก็สามารถ หายไป แล้วเข้าไปกราบทูลพระสัมมา
น้อมจิตตามไปจนสามารถบรรลุธรรมเป็น สัมพุทธเจ้าล่วงหน้าก่อน ตามที่ตนได้
ไม่ยากจน
โอดทัปปะ สุตะ จาตะ และปัญญาเป็นที่
๗ ทรัพย์เหล่านี้ มีแก่ผู้ใด เป็นชายหรือ
หญิงก็ตาม บัณฑิตเรียกผู้นั้นว่าเป็นผู้
ชีวิตยองผู้นั้นไม่เปล่า
ประโยชน์ เพราะชะนั้นท่านผู้มีปัญญา
เมื่อระลึกถึงค่าสอนของพระพุทธเจ้า
พึงประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส
และการเห็นธรรม ดังนี้จ
หนังอือจ้างอิง
®.ปรมธนสูตร พระสูตรและอรรถกถา แปล
อังคุดครนิกาย สัคคกนิบาต หน้าที่ ๑๐
5-สุปปพุทธกุฏฐิ วัดสุ อัมมปทัฏฐกถา
ภาคที่ ๓ หน้า ๒๒๘-๑๒๙
๓.พระไอวาท ธรรมช3รยาย เล่ม 9
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
วัดบวรนิเวศวิหาร
๔.พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวล
ธรรม พระราชวรมุนี (ประสุทธิ์ ปสุดได)
กัลยาณมิตร
นวาคม ๒๕๕๘