ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขุนห^
ฉันเป็น หญิ" "น้""คน สก “แน้า"
เลี้ยงไก่แล้ว แล้วจักสาน
ท่านทั้งไร่ ทั้งงานแผน ทุกการงาน
ฉันชานาญ งานไชมอ ยิ่งกว่าใคร
น้าน้อยใจดี ยังไงถ้าน้ามีโอกาสไปเที่ยวที่ใด
ทั้งนี้
เราก็มีโอกาสติดสอยห้อยตามอยู่แล้ว
เบญจ์จ๊ะ ที่จริงฉันก็ดีใจนะที่ได้กลับ
เพราะหมายถึงฉันหมดรายงานสำหรับเบญจด้วย
จ.ม.มันยาวสุด...สุด...เลย ไม่รู้ก็สมุดไทยแล้ว
ยาวยิ่งกว่าหางว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียอีก ยาวจน
ไม่รู้หัวอยู่ตรงไหน แต่หางนะรู้ว่าอยู่หน้านี้แน่จะ
ก็จะต้องจบไงล่ะ
เอาละ เบญจคงจะเมื่อยลูกนัยน์ตาพอๆ
กับที่ฉันเมื่อยมือนั่นแหละ แขนแทบหลุดเพราะ
เขียน จ.ม.ถึงเธอทุกวันที่มีโอกาส แล้วที่เล่าได้
ละเอียดมาก
ก็เพราะบันทึกเทปไว้นั่นแหละ
พอถึงคำพูดของใครก็นึกภาพนึกท่าทางของผู้
พูดออก ก็เลยบรรยายได้เจ๋งๆ แต่เบญจจะ
รู้สึกว่าเจ้งหรือไม่ ก็แล้วแต่ใจเบญจนะ ก็ฉัน
ขอหยุดการเขียนเล่านะเพื่อนรัก
มีการงานคอยอยู่มากต้องพากเทียร
น้าว่าเล่าทั้งหมดเป็นความจริง
ประเพณีที่ล่าอาจเปลี่ยนไป
“นัจยุบันคนหวังแต่วัตถุ
จิตเคยอ่อนกลับกระด้างดั่งศิลา
อีกเทคโนโลยีจริญมาก
ทดลองโน่นทดลองนี่จนบรรลัย
เสียงน้าน้อยเหนื่อยระอาเวลาเล่า
ยิ่งเจริญยิ่งระเบิดกันเถิดเทิง
ว่าเจ้ง ก็ต้องเจ๋งชิน่า ไม่งั้นจะเล่า แค่นี้พี่
นิภาก็ทําคาญการถอดเทปเขียนฝอยให้เบญจอ่าน
จะแย่อยู่แล้วละ คอยกระเช้าถามฉันอยู่ทุกเมื่อ
เชื่อวันว่า
“ยังไม่จบอีกเรอะ ลักขณ์ พี่ว่าจดหมาย
ของเธอคงยาวที่สุดในโลกแล้วกระมัง เอามั้ยพี่
จะส่งไปลงในกินเนสบุ๊คให้
วันนี้ฉันเห็นทีจะต้องขอจบ จ.ม.ฉบับ
ยาวยิ่งกว่าหางว่าวนี้เสียที พบกันใหม่เมื่อชาติ
ต้องการ...เอ๊ย! ไม่ใช่..พบลายมือฉันใหม่เมื่อ
ฉันมีโอกาสเที่ยวอีก และไม่ขี้เกียจเขียนจน
เกินไปแล้วกัน อ้อ....วันนี้ฉันขอฝากบทกลอน
ชนิดปากกาพาไปให้เบญจอ่านเล่น ๆ สักหน่อย
ก่อนที่จะไม่ได้เห็นลายมือไก่เขี่ย...(ห้ามเดิมนะ)
ของฉันอีกนาน
มือจะหักไหล่จะหลุดต้องหยุดเขียน
ว่างจะเขียนถึงเบญจ์ใหม่จะเป็นไร
แต่หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงตามสมัย
เพราะหัวใจคนขอบพัฒนา
มุทะลุดุดัน ไม่หรรษา
หลักธรรมาก็หลุดลอกออกจากใจ
คนเก่งกาจมากขึ้นหรือไฉน
วัฒนธรรมฝรั่งไหลไล่ไม่ทัน”
แต่คิดถึงความเก่าใจสุขสันต์
“โล้ เด็กไทยไยดุดันขึ้นทุกที
จิตกระเจิงเป็งพรวดกระโดดหนี
นี้ๆใจ ลูกหลาน ไทยไม่น่าพา
เคยเรียบร้อยอ่อนหวานนานนักหนา
อีกพูดจาปราศรัยสุภาพติ
ครั้นพูดถึงความใหม่สําลักพลัน
วัฒนธรรมจารีตประเพณี
แลนเสียดายมารยาทอันอ่อนช้อย
เด็กเคารพผู้ใหญ่ญาติกา
ยิ้มสยามของไทยเคยขึ้นชื่อ
ร่ำาระมือทั่วโลกาสง่าศรี
เดี๋ยวนี้ล่าเหลืออะไรที่ดีดี
ประเพณีไทยแห้คงหมดกัน"
อันลงสารอยากปลอบน้าให้ปลงจิต
นาควรคิดวัฒนธรรมต้องแปรผัน
โลกาภิวัตน์แล้วนะไทยต้องทัน
จะใฝ่ฝันให้นั่งอยู่ไม่ควรการณ์
(จริงมั้ยเบญจจ้า)
ธันวาคม ๒๕๓๘
ด้วยรักและคิดถึงเบญจคู่หูอย่างสุด... สุด... จะ
ลักขณา ศกุนะสิงห์
กัลยาณมิตร