ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยสองมือแม่นที่เลี้ยงถูก
อย่าดูถูกว่าเลี้ยงได้ง่ายง่าย
ต้องอบรมบ่มนิสัยทั้งใจกาย
ใหเข้าข่ายเป็น “คนด้" ของสังคม
ม่ใช่เพียงเลี้ยงถูกให้ตัวโค
เหมือนเลี้ยงโคเลี้ยงควายไม่เหมาะสม
ต้องเลี้ยงถูกให้ฉถาดไม่โง่งม
แค่ “ไม่อมความชั่ว, ที่คนชิง
ถนนที่อำเภอแม่สอดจังเลย เพราะชื่อถนนมัน
บอกเราได้ว่าเป็นถนนเก่าแก่
ถนนรุ่นกลาง
หรือถนนรุ่นใหม่ แล้วยังบอกอะไรอื่นๆ ได้อีก
อวดเบญจนะชิ ขอโทษ *00 ทินะจ๊ะ
อย่างไรก็ตาม พี่นิภาที่น่ารักของเราก็
ซื้อรูปชาวเขาเผ่าต่างๆ ให้ฉัน :-* ใบ แล้ว
หลายอย่าง เบญจลองฟังซิจ๊ะ ถนนชิดวนา ก็ เราช่วยกันแต่งกลอน (พี่นิภาว่าเราทั้งสองเป็น
แปลว่าติดป่า ถนนอินทรคีรี ก็อยู่ระหว่างภูเขา กวีประเภทกลอนประตูกลอนหน้าต่างจ๊ะ) ให้
ถนนนี้เป็นสายสำคัญกลางใจอำเภอเลยแล้วก็ เข้ากับรูปภาพ บางทีฉันแต่งแล้วไม่ได้ความ
ยาวที่สุดของอำเภอด้วย แล้วยังมีถนนบ้านทุ่ง พี่นิภาก็ช่วยเกลาให้ อ้อ...อีกคนที่ช่วยเกลาให้
ฟังดูเป็นไทยๆ ดีนะ ยังมีอีกชื่อที่น่ารักคือ ภายหลัง คือสาวน้อยผิวคล้ำคบข่า ชื่อเชียว พี่
ถนนบัวคูณ ส่วนถนนที่น่าอยู่เพราะชื่อไพเราะ นิภาแอบกระซิบว่าที่พ่อแม่ตั้งชื่อว่า “เขียว”
คือ ถนนสวรรค์วิถี แต่ไม่รู้ว่าอยู่แล้วจะมีความ
สุขเหมือนได้อยู่เมืองสวรรค์รึเปล่า
ดูเหมือนว่ารถจะวิ่งกันเร็วจัง เกรงว่า ถ้าขับกัน
ไม่ระวังคงได้เห็นสวรรค์รำไร ส่วนถนนใหม่ๆ
ก็ชื่อดีนะ เช่น ราษฎร์อุทิศ ศรีพานิช ราชการ
ราษฎร์ดำริ อิสลามบำรุง อ่า พลพัฒนา เยลลี่
อุทิศ เบญจฟังแล้วเป็นไง เข้าใจความหมาย
ได้เลยใช่มั้ย
เพราะ
น้าน้อยบอกว่าตัวอำเภอไม่ค่อยเจริญ
มากเท่าที่ควร แดไปคึกคักมากที่ตลาดริม
แม่น้ำเมยมากกว่า ตัวอำเภอนั้นผู้คนเพียง
ผ่านไปมาเท่านั้น ไม่ค่อยแวะ นั่น....นาน้อย
ถึงแนะให้รถแล่นผ่านจากโรงแรมนอกตัวอำเภอ
ด้านตะวันออก ผ่านอำเภอ วิ่งไปยังชายแดน
ด้านตะวันตกเลย
เมื่อเด็กๆ คงดำ บากจนออกเขียวที่เอกระมัง
แหม! พี่เราก็ช่างค่อนแคะ ที่ตัวขาวราวกับ
เผือกเห็นไม่พูดชักค่า เชียวนี่เขามีนาบกรจริงๆ
ว่า น.ส.สุดจิตร คงสนิท นะ แต่พี่นิภาก็แอบ
ไปเปลี่ยนนามสกุลเขาว่า “ตำ สนิท” อีกนั่นแหละ
ที่จริงฉันว่าเขาน่าจะชื่อ “ ดี สีไม่ตก” มาก
กว่า นั่นแน่...เริ่มคิดต่อจากฉันอีกแล้ว ฉันรู้นะ
ว่าเบญจคิดอะไรอยู่
เอาอย่างนี้ดีกว่า เบญจลองอ่านกลอนที่
ถูกเกลาแล้ว มิใช่เกานะ ก็ไม่ได้คันนี้จะ ลอง
อ่านดูซิ ข้อความพอจะไปกับรูปได้มั้ย ถ้าเห็น
ไม่เข้าท่า ช่วยแต่งเดิมส่งมาให้หน่อยนะ จะ
ขอบใจมากเชียวละ
พูดถึงการเดินทางนะเบญจ ฉันชอบ
มากเชียวละ ทำไมรีก็เพราะฉันได้ออกมาสูด
อากาศสด โปร่ง และเย็นชื้น ซึ่งตรงกันข้ามกับ
ในกรุงเทพฯที่อากาศกลายเป็นควันพิษ หายใจ
ไม่ค่อยคล่อง ยังร้อนเหลือเกิน นี่นับเป็น
ประการแรกนะจ๊ะ อีกประการหนึ่งก็ได้เปลี่ยน
บรรยากาศไงจ๊ะ เพราะฉันจะได้เพลิดเพลินกับ
ป่าเขาลำเนาไพร ดอกหญ้า ดอกไม้ป่าสอง
ข้างทางของเส้นทางที่คดเคี้ยว ไม่ใช่มีแต่
ตึกระฟ้าซึ่งติดกระจกสีมืดๆ ทำ ให้แสงแดดที่
ส่องไปต้องกระจก กระแทกกลับมายังพื้น
ถนนอีก เลยร้อนเป็นตับเบิ้ลเลย ฉันได้มีโอกาส
ชื่นชมทิวเขาเชียวครึ้มใต้ฟ้าสีใส แม้ว่าภูเขา
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกเบญจ์ เรียก
ว่าสารภาพก็ได้ว่า ฉันถ่ายรูปที่นี่แทบไม่ได้เลย
ที่ถ่ายไว้ก็แย่มาก สุด... สุดเลย จนไม่กล้าส่ง
มาให้เบญจดู เดี๋ยวจะรู้ว่าฝีมือฉันหล่นแค่ไหน
คราวนี้ต้องโทษพี่นิภาด้วย คุณเธอเอากล้อง
เอาฟิล์มมาเพียบ แต่แฟลชหมดจะ ฉะนั้นเมื่อ
ถึงริมน้ำเมย จึงได้แต่รูปมัวชั่ว พอต่อว่าก็เอา
แต่หัวเราะ ปล่อยให้เราโมโหโทโสไปคนเดียว
บอกว่าเบญจคงไม่บ่นหรอกล้าไม่มีรูปดีๆ ให้ดู
มีแต่รูปมัว ก็แฟลชเอามา ๒-๓ ชุด ถ่ายจน
ถ่านอ่อนแรงไปแล้ว รูปก็ต้องมัวๆ มืดๆ หน่อยซิ
แล้วอากาศก็มืดครึ้มเร็วด้วย เพราะมิใช่หน้า หลายลูกจะหัวโล้นเพราะคนแอบไปตัดไม้ทำลาย
ร้อน ฉันเลยไม่มีรูปดีๆ แถวตลาดริมน้ำมา ป่าจนน่าสงสาร แล้วในที่สุดผลกรรมมันจะ
ณวาคม ๒๕๓๘
กัลยาณมิตร
๘๕