ความรักของแม่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 12 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 130

สรุปเนื้อหา

รักของแม่เฝาใดเหมือนกันหมด ไม่เคยถดความรักเลยก้กหน กว่าจะเลี้ยงเจ้าไดใหเป็น “คน', แม่ก็ทนเหนื่อยยากไปหลายปี บริสุทธิ์ดุจสำลี (ตรงนี้ สงสัยว่าไม่จริงนะเบญจ์ ฉันเคยเห็นช้างเผือก เอ-๓ เชือกแล้ว ที่เป็นคุณ พระเศวต ไม่เห็นตัวขาวเป็นสีขาวสักเชือก) ครั้น ช้างเผือกน้อยอายุได้ 5 ขวบ สมเด็จพระร่วง เจ้า โปรดได้น่ามาบำรุงเลี้ยงเป็นอย่างดี ครั้น เป็นนายคุมช้างเผือกไปลง ให้แม่ช้างไปด้วย แต่เมื่อส่งแล้วให้พาแม่ช้างกลับคืนมา น้าน้อยบอกว่า บางตำนานว่าช้างเผือก นั้นดุร้ายมาก ควาญช้างเอาไม่อยู่ พระร่วงเจ้า จึงทรงเลี้ยงสัตย์อธิษฐานว่าจะเป็นช้างคู่บุญ อยู่มา... ฉันว่าคงเป็นบุญของพระเจ้าฟ้ารั่วที่ บารมีของกษัตริย์นครใด ก็ขอให้ม่ายหน้าไป จะได้ข้างเผือกน้อยไว้เป็นศรีบ้านศรีเมืองเมาะ ทางทิศนั้น ปรากฏว่าเมื่อทรงอธิษฐ

หัวข้อประเด็น

- ความรักของแม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รักของแม่เฝาใดเหมือนกันหมด ไม่เคยถดความรักเลยก้กหน กว่าจะเลี้ยงเจ้าไดใหเป็น “คน', แม่ก็ทนเหนื่อยยากไปหลายปี บริสุทธิ์ดุจสำลี (ตรงนี้ สงสัยว่าไม่จริงนะเบญจ์ ฉันเคยเห็นช้างเผือก เอ-๓ เชือกแล้ว ที่เป็นคุณ พระเศวต ไม่เห็นตัวขาวเป็นสีขาวสักเชือก) ครั้น ช้างเผือกน้อยอายุได้ 5 ขวบ สมเด็จพระร่วง เจ้า โปรดได้น่ามาบำรุงเลี้ยงเป็นอย่างดี ครั้น เป็นนายคุมช้างเผือกไปลง ให้แม่ช้างไปด้วย แต่เมื่อส่งแล้วให้พาแม่ช้างกลับคืนมา น้าน้อยบอกว่า บางตำนานว่าช้างเผือก นั้นดุร้ายมาก ควาญช้างเอาไม่อยู่ พระร่วงเจ้า จึงทรงเลี้ยงสัตย์อธิษฐานว่าจะเป็นช้างคู่บุญ อยู่มา... ฉันว่าคงเป็นบุญของพระเจ้าฟ้ารั่วที่ บารมีของกษัตริย์นครใด ก็ขอให้ม่ายหน้าไป จะได้ข้างเผือกน้อยไว้เป็นศรีบ้านศรีเมืองเมาะ ทางทิศนั้น ปรากฏว่าเมื่อทรงอธิษฐานแล้ว ข้างเผือกบ่ายหน้าไปทางตะวันตก มายังริมฝั่ง ตะมะกระมัง เผอิญให้ช้างเผือกน้อยไม่ยอม กินหญ้ากินน้ำเป็นเวลาหลายวัน นายช้างจึง กราบทูลพระร่วงเจ้าๆ เสด็จมาทอดพระเนตร เอ...ช้างก็ไม่ได้เป็นไร ไยไม่สนใจอาหาร ก็ไม่ แม่น้ำเมย อันแสดงว่าเป็นข้างคู่บุญบารมีของ พระเจ้าฟ้ารั่วแห่งเมาะตะมะ จึงทรงนัดหมาย ให้พระเจ้าฟ้ารั่วมารับจะ สบายพระทัย เวลาค่ำเข้าที่พระบรรทมจึงทรง เมื่อช้างเดินทางมาถึงเชิงเขาแห่งหนึ่ง อธิษฐานขอให้เทพยดาอันรักษาข้างเผือกจงดล มีแม่น้ำกั้นขวาง (คงเป็นแม่น้ำเมยนั้นแหละ) บันดาลให้ทรงสุบิน ปรากฏว่าก็ทรงสุบินจริงๆ ในนิมิตนั้นว่าเทพยดามาบอกว่า ช้างเผือกเชือก นี้ถ้ายังอยู่ในกรุงสุโขทัยจะเกิดเหตุร้าย®ประการ คือจะเกิดอันตรายแก่พระเจ้าแผ่นดิน จะเกิด วิบัติแก่พระมเหสี จะเกิดเหตุใหญ่แก่เสนาบดี และจะเกิดจลาจลด้วยไพร่ฟ้าประชาชี พระร่วงเจ้าตรัสเล่าพระสุบินแก่เสนาบดี ชาวบ้านที่ติดตามมาจึงท่า เพนียดล้อมไว้ เพื่อ คอยให้พระเจ้าฟ้ารั่วมาว่า พิธีรับมอบช้างเผือก ณ ที่นั้น เพนียดนั้นจึงได้ชื่อว่า “คอกช้างเผือก” มาจนทุกวันนี้ไงล่ะ แต่เบญจจะ ตอนที่ฉันชอบนะและยัง อยากเล่าให้เบญจฟังต่อ ก็คือตอนที่น้าน้อย เล่าว่า พอทางมอญมารับช้างเผือกให้ลงแพ x ทิศ ช้างเผือกก็อิดเอื้อนใช้งวงดันให้แม่ช้าง ลงแพก่อน ตัวพระยาช้างน้อยจึงยอมลงตาม คือจะให้แม่ช้างไปด้วย ขุนนางที่เป็นหัวหน้า คุมขบวนจึงกล่าวแก่พระยาช้างเผือกว่า ทั้งปวง ตรัสว่าเห็นที่ช้างเผือกจะมีพอใจจะอยู่ โดยมีพราหมณ์ทั้งสี่คน ท่า พิธีสาธยายมนต์ทั้ง กับพระองค์ ขุนนางจึงกราบทูลขอเสี่ยงทาย หญ้าให้พ่อพลายน้อยจับ (แปลว่ากินจะ) ถ้า จับหญ้าเมืองใดก็จะส่งช่างไปเมืองนั้น อำมาตย์ จึงน่าหญ้ามาก เป็น ๓ ค่ำ คือตั้งหญ้า สมมุติ เป็นหญ้าเมืองสุโขทัยก่า หนึ่ง เป็นหญ้าเมือง เมาะตะมะกา หนึ่ง และเป็นหญ้าเมืองเชียงใหม่ กำหนึ่ง แล้วอธิษฐานว่าถ้าพระยาช้างเผือก เชือกนี้อยากอยู่ประเทศใด ก็ให้จับหญ้าเมือง นั้นมาบริโภค ก็ ปรากฏผลยังไง เบญจรมั้ยเอ่ย ปรากฏว่า คุณข้างน้อยจับเอาหญ้าเมืองเมาะ ตะมะขึ้นจบเหนือกระพองศีรษะแล้วจึงกิน ชา ยังเอางวงกวาดหญ้าอีก ๒ เมืองนั้นทิ้งเลียอีก พระร่วงเจ้าทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ตรัสว่า “ถ้าท่านจะเอามารดาไปด้วยฉะนี้ ข้าพ เจ้าทั้งปวงก็มีต้นพระราชอาญาพระเจ้าอยู่หัว” พระยาช้างเผือกได้ฟังค่า ขุนนางกล่าว ดังนั้น ก็เอางวงขึ้นพาดหลังนางช่างผู้มารดา จักษุทั้งลองนองไปด้วยน้ำตา แล้วเอางวงพยุง ส่งมารดาขึ้นจากแพ คนทั้งหลายเห็นดังนั้นก็ เกิดสังเวชใจน้ำตานองหน้าเช่นกัน น้าน้อยจบ เพียงแค่นี้ก็เงียบเสียง ฉันฟังน้าบรรยายโดยยก ข้อความจากหนังสือราชาธิราชก็เล่นเอาซึมไป เลย ที่จริงก็เงียบซึมกันไปทั้งรถนั่นแหละจ้ะ กิ เป็นบุญของมะกะโทแล้ว ก็เอาไปให้เขาเถิด สงสารช้างทั้งแม่ข้างลูกข้างเลยแหละ แล้วโปรดให้ขาวบ้านและอำมาตย์จำนวนหนึ่ง กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๘ น้าน้อยยังอรรถาธิบายต่อไปว่า ไม่ไกล
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More