ข้อความต้นฉบับในหน้า
เกิดจากอุปาทาน อันเป็นเครื่องยึด คนที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดประกอบ
เหนี่ยวดูดดึงเข้ามา แต่ลำพังขันธ์
๕ ไม่ใช่ตัวทุกข์ ได้ในคำว่า ปณ
จุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา รวมความ
ก็ว่า ปล่อยอุปาทานไม่ได้ เป็นทุกข์
ปล่อยได้ หมดทุกข์
ถอดกายทิพย์ออกเสียจาก
ด้วยความเพียรพินิจพิจารณา ย่อม
จะมองเห็นแนวพระโอวาทของพระ-
องค์ จะเทียบให้เห็น เช่น มีคน ๒
คนยืนอยู่ คนหนึ่งสูง คนหนึ่งต่ำ
เรารู้จักคนสูง ใครมาถามเราว่าคน
สองคนนั้นรู้จักไหม เราตอบว่าคน
ติด หลุด เป็นหัวข้อสําหรับปฏิบัติ ปล่อย
อุปาทาน ไม่ได้เรียกว่า “ติด” ปล่อยใต้
เรียกว่า “หลุด” ติดคือติดอยู่ในโลก
หลุดคือต้นจากโลกหีบกว่าโลกุตระ เข้า
แดนหระนิททาน
มนุษย์ กายมนุษย์ก็ไม่มีเรื่อง จะมี สูงเรารู้จัก เมื่อคนอื่นได้ยินค่าตอบ
ใครเป็นทุกข์ และในที่สุดจะต้อง เช่นนั้น แม้ตาของเขาไม่แลเห็นคน
ปล่อยอุปาทานให้หมดทั้งในกายทิพย์ สองคนนั้นเลย เขาย่อมจะรู้ว่าคนที่
กายรูปพรหมและอรูปพรหม คงแต่ เราไม่รู้จักนั้นต่ำกว่าคนที่เรารู้จักโดย
ธรรมกายเด่นอยู่
เราไม่จำเป็นจะต้องพูดว่า คนต่ำ
อัตตา? ก็คือ ธรรมกายนี้เอง เป็น
ตัวนิจจัง สุขัง อัตตา
เหตุใดพระองค์จึงเน้นสอน เราไม่รู้จัก นี่ฉันใด อนิจจังบอกนิจ
หนักไปในทาง อนิจจัง ทุกขัง อนัต- จัง ทุกขังบอกลุขัง อนัตตาบอกอัตตา
ตา? เมื่อใคร่ครวญโดยสุขุมแล้วจะ ฉันนั้น อะไรเล่าเป็นนิจจัง สุขัง
มองเห็นว่า พระองค์สอนดังนี้เพื่อ
ตะล่อมให้คนที่มีความคิดใช้วิจารณ
ปัญญาสอดส่องเห็นได้เอง เช่น พระ
องค์ตรัสถึง “อนิจจัง” ก็เพื่อให้คน
คิดหา "นิจจัง” ตรัสถึง “ทุกขัง” ก็
เพื่อให้ค้นคิดหา “สุขัง” ตรัสถึง
“อนัตตา” ก็เพื่อให้คิดหา “อัตตา”
ติด หลุด เป็นหัวข้อสำหรับ
ผู้ปฏิบัติ ปล่อยอุปาทานไม่ได้เรียก
ว่า “ติด” ปล่อยได้เรียกว่า “หลุด”
ติดคือติดอยู่ในโลก หลุดคือพันจาก
โลกเรียกว่าโลกุตระ เข้าแดนพระ
นิพพาน ต้องปล่อยอุปาทานทั้งใน
กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม
กายอรูปพรหม ต้องพิจารณาให้
เห็นความเป็นจริงแห่งเบญจขันธ์ดัง
กล่าวมานั้นด้วยตาธรรมกายจึงเป็น
วิปัสสนาวิชชา อันจะเป็นทางให้
หลุดได้
วิปัสสนาวิชชาแยกได้เป็น ๑๐
อัลยาณมิตร/ เฎต
7 มกราคม ๒๕๓๗