ข้อความต้นฉบับในหน้า
แม้จะเปรียบเทียบด้วยค่า
“เจริญพร พระยาปายาสิ”
อุปมาอุปไมยให้เห็นชัดเช่นนี้แล้ว พระกุมารกัสสปเถระกล่าวแล้ต่อไป
พระยาปายาสิก็ยังคงเชื่อในความ อีกว่า “ท่านอาจจะเคยได้ยินในเรื่อง
เห็นอย่างเดิมของตน โดยให้ข้อมูล
เพิ่มเติมว่า ได้เคยสั่งญาติสาโลหิต
มิตรอำมาตย์ที่ทำความดี งดเว้น
จากการทำบาปทั้งหลายอันได้แก่
ไม่ทำปาณาติบาต งดเว้นจากอทิน
นาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท
และสุราเมรัย หากคนเหล่านี้ละ ว่า จะเสวยทิพยสุขลัก ๒-๓ วันก่อน
ของการเทียบเคียงระยะเวลาของ
โลกมนุษย์และโลกสวรรค์ว่าใน ๑๐๐
ปีของมนุษย์ เท่ากับคืนวันหนึ่งใน
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อเหล่าญาติ
มิตรของท่านไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาว
ดึงส์ได้เสวยทิพย์สมบัติ มีความคิด
แล้วจึงจะลงไปบอกข่าวแก่ท่าน ๒-
ดาวดึงส์ สมจริงตามกำลังบุญที่ ๓ วันของดาวดึงส์สวรรค์ก็เท่ากับ
๒๐๐-๓๐๐ ปี ในโลกมนุษย์ เช่นนี้
หนักรู้อยู่แก่ใจว่า การที่จะแสดง
เหตุผลในเรื่องที่ไม่อาจหาหลักฐาน
ของจริงมาให้เห็นประจักษ์ชัดแก่
สายตา เพื่อเป็นการอินยันถึงสิ่งที่มี
อยู่จริงเช่นนี้ จ่า เป็นอย่างยิ่งที่จะ
ต้องใช้เหตุผลในเชิงยกตัวอย่างเพื่อ
ให้พระยาปายาสิยอมจำนนต่อเหตุ
ผลนั้น
“อาตมาจะขอเปรียบเทียบ
ถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า ชายตาบอดมา
แต่กำเนิดผู้หนึ่ง ไม่เคยเห็นสิ่งของ
ที่มีสีขาว สีดำ สีเขียว สีเหลือง สี
แดง หรือสีอื่นๆ เลย ไม่เคยเห็น
ที่ราบ แม่น้ำ หรือภูเขา ไม่เคยเห็น
ดวงดาว พระจันทร์ และพระอาทิตย์
เลย เมื่อเขาไม่เห็น เขาก็พูดว่าสิ่ง
เหล่านี้ไม่มี เช่นนี้เป็นการพูดถูก
หรือผิด ขอเจริญพร”
“ผิดครับ ท่านกุมารกัสสปะ
เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมีอยู่ ทั้งผู้
ที่ตาดีมองเห็นก็รู้ว่ามีอยู่” พระยา
ปายาสิตอบค่า ถามตามความจริง
“เจริญพร ข้ออุปมา ฉันใด
ท่านก็เปรียบเหมือนบุรุษตาบอดมา
แต่กำเนิดฉันนั้น เหตุที่อาตมาว่า
โลกอื่นมีนั้น ไม่ใช่เห็นด้วยคาเนื้อ
หรือมังสจักษุ แต่ต้องเห็นด้วยทิพย
จักษุคือตาปัญญาภายใน
ลมณ-
โลกไปแล้วได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้น
สมณพราหมณ์บางพวกกล่าวสอนไว้
ก็ให้ลงมาบอกแก่ตน แต่ไม่ว่าจะรอ
แล้วท่านคิดหรือว่าเขาเหล่านั้นจะ
สักเท่าใด ญาติพี่น้องที่ตายไปแล้ว กลับลงมาทันบอกท่านหรือไม่”
นั้นก็มิได้กลับมาบอกเลย ทำให้ยิ่ง
อีกว่า โลกหน้าไม่มี สัตว์ที่เกิดชั้น
เองแล้วโคทันทีไม่มี ผลของกรรมดี
กรรมชั่วไม่มี
ชั้นดาวดึงส์ และเทวดาที่มีอายุยืน
เช่นนั้นจะมีอยู่จริง”
ประมาท
ด้วยความเพียรพยายามอย่างไม่
จนได้สำเร็จทิพยจักษุ
พระกุมารกัสลปเถระตระ”
สามารถมองเห็นโลกนี้ด้วยโลกหน้า
“ไม่ทันครับท่านกุมารกัสสปะ
พราหมณ์ ผู้อยู่ในเสนาสนะกลางป่า
เชื่อมั่นในความเห็นของตนต่อไป แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่เชื่อเลยว่าสวรรค์ อันสงัดเงียบ ได้บำเพ็ญสมณธรรม
มกราคม ๒๕๓๙
กัลยาณมิตร