ทุกข์และอุปาทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 1 หน้า 25
หน้าที่ 25 / 118

สรุปเนื้อหา

ถ้าเราปล่อยตามเรื่องของมันก็ไม่มี อะไรมาเป็นทุกข์ เวทนา สัญญา สังขาร ความทะยานอยากเกี่ยวด้วยอารมณ์ 5 มีรูปเป็นต้น ภวตัณหา ความ ทุกข์เกิดขึ้นเพราะขืนมันขึ้นธรรมดา เที่ยงถาวร วิภวตัณหา ความทะยาน วิญญาณก็ทำนองเดียวกัน ความ ทะยานอยากเป็นไปในอารมณ์ 5 ประกอบด้วย สัสสตทิฏฐิ ถือว่า ของมัน สิ่งไม่เที่ยงจะให้เที่ยง สิ่งที่ อยากเป็นไปในอารมณ์ 5 ประกอบ อะไร? อุปาทาน นั่นเอง ถ้าปล่อย ยกอุทาหรณ์เทียบเคียงให้เห็น ดัง ไม่ใช่ตัวตนก็ยังขึ้นยึดว่าเป็นตัวตน ด้วยอุจเฉททิฏฐิ ถือว่าขาดสูญ เมื่อ เหตุที่ให้ขืนธรรมดาของมันเช่นนี้ ละตัณหาได้ อุปาทานก็ไม่มี ดังจะ ทุกข์เป็นของมีเละขึ้นประจํา กับขันธ์ ๕ เป็นของ(เรรมดา แต่ที่เราเดือดร้อนก็เป็น เพราะไปปีนนรรมดาของมันเข้า ไปตามธรรมดาของมัน เกิดแล้ว ธรรมดามันก็ต้องแก่ ต้องเจ

หัวข้อประเด็น

- ทุกข์และอุปาทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าเราปล่อยตามเรื่องของมันก็ไม่มี อะไรมาเป็นทุกข์ เวทนา สัญญา สังขาร ความทะยานอยากเกี่ยวด้วยอารมณ์ 5 มีรูปเป็นต้น ภวตัณหา ความ ทุกข์เกิดขึ้นเพราะขืนมันขึ้นธรรมดา เที่ยงถาวร วิภวตัณหา ความทะยาน วิญญาณก็ทำนองเดียวกัน ความ ทะยานอยากเป็นไปในอารมณ์ 5 ประกอบด้วย สัสสตทิฏฐิ ถือว่า ของมัน สิ่งไม่เที่ยงจะให้เที่ยง สิ่งที่ อยากเป็นไปในอารมณ์ 5 ประกอบ อะไร? อุปาทาน นั่นเอง ถ้าปล่อย ยกอุทาหรณ์เทียบเคียงให้เห็น ดัง ไม่ใช่ตัวตนก็ยังขึ้นยึดว่าเป็นตัวตน ด้วยอุจเฉททิฏฐิ ถือว่าขาดสูญ เมื่อ เหตุที่ให้ขืนธรรมดาของมันเช่นนี้ ละตัณหาได้ อุปาทานก็ไม่มี ดังจะ ทุกข์เป็นของมีเละขึ้นประจํา กับขันธ์ ๕ เป็นของ(เรรมดา แต่ที่เราเดือดร้อนก็เป็น เพราะไปปีนนรรมดาของมันเข้า ไปตามธรรมดาของมัน เกิดแล้ว ธรรมดามันก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้อง ตาย พอมันถึงคราวแก่ เราไม่อยาก จะแก่หรือไม่ยอมแก่ อาการของมัน ที่แสดงออกมามีผมหงอกเป็นต้น ถ้าเราขึ้นมัน ตะเกียกตะกายหายา ย้อมมันไว้ นี่ว่าอย่างหยาบๆ ก็เห็น แล้วว่าเกิดทุกข์แล้ว เกิดลำบากแล้ว อุปาทานได้ การขึ้นธรรมดาก็ไม่มี เช่นสามีภรรยาที่หย่าขาดจากกัน ตามแนวที่พระปัญจวัคคีย์ตอบกระทู้ เมื่อเขายังไม่หย่ากัน สามีไปทํา ถามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ตรัสถามว่า เมื่อมันมีอาการแปร ผันไปเป็นธรรมดา แก่ เจ็บ ตาย เช่นนี้แล้ว เบญจขันธ์นี้จะเรียกว่า เป็นของเที่ยงไหม? ตอบว่าไม่เที่ยง เมื่อไม่เที่ยงแล้วเป็นทุกข์หรือเป็นสุข? ตอบว่าเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า ถ้าเช่นนั้นควรละหรือจะยึดเป็นตัว ตน? ไม่ควรพระพุทธเจ้าข้า อะไรเล่าเป็นเหตุให้เกิดอุปา- ทาน? ตัณหานั่นเองได้แก่กามตัณหา อะไรเข้า ภรรยาก็เก็บเอามาเป็น ทุกข์เป็นร้อนด้วย หรือเมื่อฝ่าย ภรรยาไปท่า อะไรเข้า ฝ่ายสามีก็ เก็บเอามาเป็นทุกข์เป็นร้อนด้วย ล้า เขาหย่าขาดจากกันแล้วมิไยที่ฝ่าย ใดจะไปก่อกรรมทำเข็ญขึ้น อีกฝ่าย หนึ่งจะไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนด้วยเลย ทั้งนี้เพราะอะไร? ก็เพราะเขาต่าง หมดความยึดถือ (อุปาทาน) ว่าเขา เป็นสามีภรรยากันแล้ว นี่ฉันใดก็ ฉันนั้น นี่จะเห็นชัดในข้อว่า ทุกข์ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More