ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทํากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในเลโ
กลับไปอ่านหนังสือ ทานข้าวเสร็จ ภาคบ่ายมาสอบวิชา
เบญจศีล-เบญจธรรมต่อวิชานี้ไม่ง่ายไม่ยาก พอทำได้ เมื่อ
สอบเสร็จนั่นก็โล่ง และสบายใจจริงๆ
นุ่นชอบเวลาที่เห็นคนสูงอายุมานั่งตั้งใจอ่านหนังสือ
ตั้งใจทำข้อสอบดีค่ะ ใจของเขาจะได้ติดอยู่กับธรรมะของ
พระพุทธเจ้า และนึกถึงประวัติความเป็นมาของท่าน เพื่อ
จะได้เกิดศรัทธา ชีวิตของทุกคนมีค่าทุกเวลานะคะ นั่น
ขอบที่เห็นคนวัยชราใช้เวลาอย่างมีค่า นั่นไม่รู้จะบรรยาย
ยังไง แต่อยากจะเห็นภาพนี้บ่อยๆ อย่างนี้คงใช้ความ
ประทับใจนะคะ แปลกที่ทุกคนได้รับเวลาเท่าๆ กัน (คง
ไม่มีใครได้เวลา ๒๕ ช.ม. ต่อ ๑ วัน หรอกนะ) แต่มีความ
สามารถใช้เวลาให้มีคุณค่ามีประโยชน์ไม่เท่ากัน บางคนก็
เอาเวลาไปใช้เพื่อท่า ความชั่วก็มี ท่า ความดีก็มี นั่นอยาก
ให้ทุกคนรวมถึงตัวนั่นเองท่า แต่ความดีด้วย (ฝันคงเป็น
จริงได้สักวันแหละ) เพราะจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ไงคะ ไม่ต้องมานั่งเมื่อคนนั้น เกลียดคนนี้ เพราะคนนั้น
กัลยาณมิตร
๗๔
เห็นแก่ตัวบ้าง พูดแต่วาจาเสียดแทงใจบ้าง ทำ ให้มันเกิด
อารมณ์ที่ทำ ให้ใจขุ่นมัว มันก็ไม่ดี ใช่ไหมคะ ห้าจะให้ดี
ใจต้องใสอยู่ตลอดเวลา และทุกคนก็จะมีแต่ความสุขใจ
สบายใจแต่ต้องจริงใจกันด้วยถึงจะสมบูรณ์แบบ (n©©๙)
ตอนนี้กิจวัตรนั่นก็เหมือนจะเปลี่ยนอีกแล้วหละค่ะ
ตอนเช้านั้นก็ตื่นมาสวดมนต์ นั่งสมาธิ พอ ๖.๐๐ น. ก็ไป
รับบุญ ตอนนี้เหลือ ๓ บุญ คือ ห้องน้ำ บ้านพัก อาหาร
ส่วนบุญห้องปฏิบัติธรรมไม่มี เพราะตอนนี้นั่งสมาธิที่
อาคารภาวนา สถานที่ไกลเกินที่จะไปรับบุญได้ รับบุญถึง
๙๐๐ น. ก็อาบน้ำแล้วทานข้าว เวลา ๙๒๐ น. ถ้าใครมา
สายต้องเริ่มทานข้าวตอน๗.๕๐ น. แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนแล้ว
พี่เคยมาสาย ๒-๓ ครั้ง เพราะขยันรับบุญมาก นุ่นไม่อยาก
ให้พี่เต้ยท้องร้องตอนนั่งสมาธิ เนื่องจากอดข้าว ก็เลยส่ง
ส่วยให้ทุกครั้ง เลิกทานข้าวเวลา ๙.๕๐ น. แล้วจึงไปช่วย
กันล้างจาน ๗.๑๐ น. ออกเดินทางไปอาคารภาวนา เพื่อ
นั่งสมาธิๆ ตั้งแต่ ๙.๓๐ น. ถึง ๑๐.๕๕ น. บางทีนั่นก็
V 7 มกราคม ๒๕๓๙