1 ครั้ง

สำรอกไม่ไหว ต่อไปก็ถึง ๗.สังขารุเปกขาญาณ วางใจ เป็นกลางไว้ เท่ากับว่าเมื่อกลืนไม่ ดวยตาธรรมกาย รู้ชัดด้วยญาณ ธรรมกาย จึงเป็นวิปัสสนาวิชชา แต่ ละอย่างๆ ที่กล่าวมาใน ๑๐ ข้อนี้ ข้อนี้ เข้า คายไม่ออกแล้วก็อมเฉยไว้ก่อน เป็นอาการหรืออารมณ์ของวิปัสสนา ต่อจากนี้จะมีญาณอีกอันหนึ่งเกิดขึ้น คือ @..อนุโลมญาณ คำนึงผ่อน ให้เป็นไปตามความที่เป็นจริงของมัน นี่เป็นมัชฌิมาปฏิปทา เดินสายกลาง หันเข้าทาอริยสัจ ธ. โดยวิธีดังที่ บรรยายมาข้างต้นว่าโดยรวบรัดตัด ที่จะพยุงจิตให้ข้ามขึ้นจากโลกีย์ไปสู่ ภูมิโลกุตระ คำว่าสังขารร่างกายใน ที่นี้หมายถึงนามรูปนั่นเองที่เรียกว่า นามรูปนั้นได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ๕ อย่างนี้รวมกัน ย่นย่อลงเรียกว่านามรูป ธรรมดา จะนึกให้เป็นอย่างไรก็เป็น ไปตามนึก ดังเมื่อพระพุทธเจ้าเสด
- การพิจารณาสังขาร