ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทาสีให้ดูสดใสอยู่ตลอดเวลา แต่ก็
นั่นแหละ เพราะมันเป็นหน้าตาของ
ชาวเมือง ผสานเดินสำรวจภายใน
ชีวิตดี มีสุขเอย
ผสานเปิดกระเป๋าสตางค์
หยิบนามบัตรของตนออกมา พลิก
จนทั่วเขาเห็นบันไดสูงที่คาดว่าจะ ด้านหลังแล้วจดข้อความที่ได้อ่าน
ไต่ขึ้นไปเพื่อท่า ความสะอาดหน้า
ปัดนาฬิกา เขาได้แต่แหงนมอง
ตามบันไดขึ้นไป เป็นหอสูง มองไป
ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด เขา
เริ่มรู้สึกอึดอัดคล้ายกับอากาศไม่
พอหายใจ จึงตัดสินใจจะเดินออก
ไป แต่ต้องชะงักเมื่อสายคาปะทะ
ลงไป เขาคิดว่า เขาคงได้ข้อมูล
บางอย่าง เพื่อตอบค่า ถามให้กับ
ตนเองเสียที
0
ผสานเร่งฝีเท้า เพื่อจะกลับ
ไปให้ถึงสำนักงาน ก่อนที่ฝนจะตก
นรรทพุรุษของเท
ท่านคมีญาณระลึกท้า
ประตู ผสานเพ่งมอง พยายามอ่าน
ผสานเพ่งมองเธอ ด้วยความรู้สึก
คุ้นตา เมื่อเธอเดินมาใกล้ ผสาน
อนาคตจะเป็นอย่างไร
จึงได้สร้างนาฬิกา
กับแผ่นหินสลักข้อความคิดอยู่เหนือ เขาเห็นหญิงสาวคบหนึ่งเดินสวนมา
ข้อความนั้น แต่แสงสว่างภายใน
น้อยเกินไป เขาจึงผลักบานประตู จึงรู้ว่า เธอไม่ใช่ใคร “นิดา” เพื่อน
ให้กว้างออก เพื่อให้แสงสว่างเล็ด สาวคนสวยสมัยเรียนอยู่ในมหา
ลอดเข้ามา แค่ดูเหมือนว่าภายนอก
และยทกลอนเป็นปมปริศนาไว้ ก็ขมุกขมัว เพราะเมฆฝนครึ้มค่า
กำลังปกคลุมไปทั่วเมือง เขาต้อง
ต้นท่าณเป็นตู้นาโนการคลาย ใช้ความพยายามเพ่งมองอยู่นาน
ปริศนานี้นะ มสาน
กว่าจะอ่านได้แค่ละประโยค จึงได้
ความว่า
ระเริงหลง บ่วงอบาย
หารอยราย คลายคาดเดา
ไรคโหด คนโฉดเขลา
มัวบรรเทา เบิกสบาย
นคร
จะไหวชื่น
ระรื่นคืน ชื่นมลาย
ไสวพร่าง สว่างพราย
มองละม้าย คล้ายเจดีย์
มัวคาม ทั่วเขตขาม
ดำเนินตาม พุทธวิธี
พระธรรม น่า วิถี
กัลยาณมิตร/ ๑๐s
มกราคม ๒๕๓๔
วิทยาลัยเดียวกัน หลังจากสำเร็จ
การศึกษา ผสานได้ข่าวว่า เธอย้าย
ไปอยู่ที่บุญฑริกคาม เมืองเล็กๆ ที่
อยู่ไม่ห่างจากระเริงนครเท่าใดนัก
“นิดา!” ผสานเรียก
“ผสาน! ดีใจจังที่ได้พบคุณ
สบายดีนะ”นิดยิ้มแย้มอย่างคนดีใจ
“สบายดี แล้วคุณล่ะ?”
“มีความสุขดีจ้ะ”
“ฝนกำลังจะตกแล้ว ไปคุย
กันที่ออฟฟิศผมก่อนมั้ย ผมมีเรื่อง
อยากจะปรึกษาคุณด้วย” ผสานชวน
“ไปสิ” นิดารับค่า
ฝนโปรยปรายเป็นละอองไม่
ขาดสาย ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ระเริง
นครยังร้อนระอุ อบอ้าวด้วยเปลว
แดด และควันพิษ บัดนี้กลับเย็นฉ่ำ