ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชั้นที่ ๒
ซึ่งอยู่ลึกกว่า เบา โปร่ง โล่ง และประณีต
มากกว่า ทำหน้าที่บันทึกไว้เป็นภาพทั้งหมด เหมือน
กับวิดีโอที่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ การบันทึกนี้ก็คือ
“จำ” ทำให้มนุษย์สามารถจำสิ่งต่างๆ ได้
เมื่อเนื้อใจชั้นที่ ๒ จำไว้ได้แล้ว ก็ส่งต่อไปยัง
เนื้อใจชั้นที่ ทำหน้าที่“คิด”
คิดแยกแยะหาเหตุหาผล
ตามแต่ข้อมูลที่ได้รับเข้ามา
๓
เมื่อคิดแยกแยะหาเหตุหาผลแล้ว ก็ส่งต่อไปยัง
เนื้อใจชั้นที่ ๔ ที่อยู่ลึกกว่า เบา โปร่ง โล่ง และ
ประณีตมากยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ทำหน้าที่ตัดสินใจ สรุป
ข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด เป็น "รู้" ซึ่งความรู้นี้ จะ
ถูกน่า ไปใช้เป็นความเชื่อ เป็นทิฏฐิต่อไปข้างหน้า
แต่การที่จะรับ จ่า คิด รู้ ได้ถูกต้องหรือไม่นั้น
ก็ขึ้นกับข้อมูลที่ได้รับมา ถ้ารับมาถูกๆ ก็จะจำถูกๆ
คิดถูกๆ และรู้ถูกตรงตามความเป็นจริง แต่ถ้ารับ
มาผิด ก็จะว่าผิด คิดผิด และรู้ผิดไปจากความเป็น
จริงด้วยเช่นกัน
เหมือนอย่างเวลาเราไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน
มักจะรู้สึกไม่ค่อยอยากรับประทานอาหาร แม้ว่า
อาหารจะอร่อยสักปานใด แต่เมื่อเข้าปากแล้ว
เพราะความที่เป็นไข้ อาหารที่ว่าอร่อยก็เลยพาลไม่
มีรสมีชาติไปได้เหมือนกัน
หรือในขณะที่อารมณ์ไม่ดี หรือกำลังโกรธใครอยู่
แม้พูดดีๆ ด้วย ก็ฟังไม่ค่อยจะเช้าหู หาว่าพูดจา
เยาะเย้ยถากถางบ้าง เหน็บแนมบ้าง ก็คิดไปต่างๆ
นานา
หรือเมื่ออยู่ในที่มืด ๆ เห็นเชือกวางอยู่บนพื้น
ก็อาจเข้าใจว่าเป็นงู ครั้นแสงสว่างจ้าไป ตาก็พร่า
แสบตา มองไม่ถนัดเสียอีก หรืออยู่ใกล้เกินไป ก็
จะเบลอๆ มองไม่เห็น เหมือนผงเข้าตา ครั้นอยู่ไกล
เกินไป ต้องเพ่งต้องจ้อง การเห็นก็ผิดพลาดไปได้ง่าย
หรือแม้แต่ขณะยับรถผ่านไปเร็วๆ เห็นหมูข้างทาง
ก็มองเป็นสุนัขไปได้อีกเหมือนกัน
ดังนั้น ถ้าชั้นตอนการรับของใจถูกต้องแล้ว
ชั้นตอนอื่นๆ ทั้งจ่า คิด รู้ ก็จะพลอยถูกต้องตาม
ความเป็นจริงไปด้วย แต่หากว่ารับมาผิดๆ แล้ว
จากความรู้เรื่องโครงสร้างและกลไกการทํางาน
ของใจทั้ง ๔ ชั้นตอนดังกล่าว จะทำให้เราสามารถ
ทำความเข้าใจเรื่องขันธ์ ที่เป็นองค์ประกอบของใจ
คือ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ
มี น า ค ม ๒๕๔๑ ๑๗ วาวสารกัลยาณมิตร