ข้อความต้นฉบับในหน้า
เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์โลก ที่สามารถ ตาธรรมกาย ไปรู้ไปเห็นกลไกการทำงานของใจ
จำแนกแจกแจงให้เห็นองค์ประกอบของชีวิต และ จึงได้ทรงนำมาชี้แจงแสดงให้เราฟังได้อย่างชัดเจน
อธิบายกลไกการทำงานของใจได้เป็นขั้นเป็นตอน เช่นนี้
ชัดเจนอย่างนี้ ทำไม เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปฏิกริยา นอกจากนี้พระองค์ยังทรงอาศัยตาธรรมกาย
ที่เกิดขึ้นในใจ ฉะนั้นใครที่จะเห็นปฏิกิริยานี้ได้ จะ ไปเห็นอีกว่า ขันธ์ ๕ นี้นะ มันมีการเกิดการดับอยู่
ต้องเห็นใจของมนุษย์ ของสัตว์โลกก่อน จึงจะ ตลอดเวลา เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
สามารถอธิบายได้ถูกต้อง และอุปกรณ์สำคัญที่จะ ไม่ใช่ตัวตน เพราะถ้าร่างกายนี้เป็นของของเราจริง
ทำให้คนสามารถเห็น "ใจ" ได้นั้นคือ ธรรมกาย ซึ่ง เราต้องควบคุมได้ว่า ไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ตาย
เป็นกายภายในที่มีอยู่ในกายของมนุษย์ทุกคนมาตั้ง แต่นี่ไม่ใช่ ซึ่งในเรื่องของร่างกาย วิทยาศาสตร์
แต่เกิดนั้นแหละ แต่มนุษย์และสัตว์โลกไม่เคยเห็น ทางการแพทย์ก็ได้เห็นแล้วว่า ร่างกายของคนเรา
ธรรมกายมาก่อน จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วยเซล (061) จำนวนมหาศาล แล้วเซล
ตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้เข้าถึง ธรรมกาย และอาศัย
เล็กๆเหล่านี้ก็รวมตัวกันเป็นเนื้อเยื่อ (เรรบธ) จาก
เนื้อเยื่อก็ประกอบกันเป็นอวัยวะ (0โหลก) ต่างๆ
ในร่างกาย และอวัยวะต่างๆ ก็รวมตัวกันเข้าเป็น
คนหรือสัตว์ขึ้นมา และนักวิทยาศาสตร์ยังใช้กล้อง
จุลทรรศน์ส่องเห็นอีกด้วยว่า เซล
ประกอบของร่างกายมีการเกิดการตายอยู่ตลอด เช่น
เซลเม็ดเลือดแดงของมนุษย์มีอายุเฉลี่ย ๑๒๐ วัน
เป็นด้น
ซึ่งเป็นองค์
ตลิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าทรงเห็นด้วยตาธรรมกาย ว่าแม้แต่ เวทนาคือ
ความรู้สึก สัญญาคือความว่าได้ สังขารความคิด
ปรุงแต่ง และวิญญาณคือความรู้ของใจ ก็มีการเกิด
ตับๆ อยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับเซลในร่างกายมนุษย์
จากการที่พระองค์ทรงเห็นการเกิดการดับอยู่
ตลอดเวลาของขันธ์ ๕ นี้จึงทำให้ทรงเห็นชัดว่า ขันธ์
๕ เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็น
ของควรละควรปล่อยวาง แต่สัตว์โลกกลับเกิดความ
กำหนัดพอใจเสียอีกด้วย เพราะยังไม่บรรลุ ธรรมกาย
ยังมองไม่เห็นความจริง หลงยึดว่าขันธ์ ๕ นั้น
แหละเป็นตัวเป็นตนแท้จริงของเขาเอง
ความกำหนัดพอใจในขันธ์ ๕ เกิดขึ้นเพราะคน
มีนาคม ๒๕๔๑ ๒๓ วาวสารกัลยาณมิตร