ข้อความต้นฉบับในหน้า
อุปกรณ์สำคัญสปะหาให้สมสามารถเต็ม "ใจ" ได้มั้มกบ ธรรมกาย
ซึ่งเป็นกามกายไม่มีบียูไมกายยมีปมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิดมั่นแหละ แต่มนุษย์และสัตว์
โสกไม่เกยเห็นธรรมกายมากปุ่ม จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว
รู้ปัจจุบันคือ ไม่รู้ว่าร่างกายและจิตใจที่กำลังดำเนิน เมื่อไม่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของทั้งร่างกาย
อยู่นี้มีความแตกดับอยู่อย่างไร แล้วอนาคตต่อไปร่าง และจิตใจ ก็เลยทำให้ยิ่งไม่รู้จัก ปฏิจจสมุปบาท วง
กายและจิตใจจะเป็นอย่างไรต่อไปยิ่งไม่มีทางรู้ได้ จรลูกโซ่ของเหตุปัจจัยให้เกิดทุกข์ ที่พระเดชพระ
เว้นเสียแต่จะมี วิชชา ซึ่งเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นจาก คุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้บอกไว้ในคอนสัมมาสัม
การเห็นด้วย ตาธรรมกาย เท่านั้นจึงจะสามารถ พุทโธว่า มีอวิชชาเป็นสมุทัยหรือเหตุให้เกิดทุกข์
ขจัดความมืดที่ห่อหุ้มใจอันเกิดจาก อวิชชาซึ่ง นั่นเอง พูดง่ายๆ ก็คือ การที่ทุกข์นานาประการ
เกิดขึ้นมาได้นั้น ก็เพราะอาศัยปัจจัยที่สืบต่อเนื่อง
กันมา คือ
เป็นต้นตอของกิเลสได้ เด็ดขาด
๑.มี อวิชชาเป็นต้นเหตุของทุกข์
๒.เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมี สังขาร
๓.เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ
๔.เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมี นามรูป
๕.เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมี อายตนะ ๖
5.เพราะอายตนะ ๖ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ
๗.เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมี เวทนา
๘.เพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา
๗.เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน
๑๐. เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมี ภพ
๑๑. เพราะมีภพเป็นปัจจัย จึงมี ชาติ
๑๒. เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมี ชรา มรณะ
และความทุกข์ทั้งปวง
ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะเอาแต่เพียงตรึกตรองด้วย
ความคิดให้เข้าใจนั้นยากเพราะแม้แต่พระอานนท์เอง
ถึงท่านจะเป็นพระโสดาบันแล้วก็ตาม ก็ยังไม่อาจ
เข้าใจเรื่องปฏิจจสมุปบาทนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เช่น
ในครั้งหนึ่ง พระอานนท์ท่านนั่งสมาธิเพื่อพิจารณา
ธรรมนี้อยู่ แล้วท่านรู้สึกว่า ปฏิจจสมุปบาท ที่เขา
(อ่านต่อหน้า ๘๓)
มี น า ค ม ๒๕๔๑ ๒๕ วารสารกัลยาณมิดว