การเข้าถึงธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 4 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 132

สรุปเนื้อหา

เรายังไม่เข้าถึงธรรมกาย จึงไม่เห็นกลไกของชีวิตทั้ง เมื่อไปยึดมั่นอย่างนี้ด้วยอำนาจของอวิชชา ๕ ประการ และมองไม่เห็นการเกิดดับของขันธ์ ๕ ที่มาหุ้มใจ จึงทำให้มองไม่เห็นนิพพาน ทั้งๆ ที่ ดังกล่าว จึงทำให้หลงผิด ยึดมั่นว่าร่างกายและ นิพพานก็มีอยู่ในศูนย์กลางของธรรมกาย ที่มีอยู่ จิตใจนี้เป็นตัวตนของเรา ความยึดมั่นนี้ ท่านเรียก แล้วภายในตัว ไม่เพียงแต่ไม่เห็นเท่านั้น ยังไม่รู้สึก ว่า อุปาทาน ถ้ายังดัดอุปาทานไม่ได้ตราบใด ก็คงมีดดื้ออยู่ อย่างนั้น ดัดอุปาทานได้มีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้อง หน้า หรือพูดให้ฟังง่ายกว่านี้ก็ว่า เมื่อตัดอุปาทาน เสียได้ จะมองเห็นนิพพานอยู่ข้างหน้า อวิชชาที่ แปลว่าไม่รู้นั้นได้แก่ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของ สังขาร ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาทและอริยสัจจะ ตรงนี้เท่ากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ

หัวข้อประเด็น

- การเข้าถึงธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรายังไม่เข้าถึงธรรมกาย จึงไม่เห็นกลไกของชีวิตทั้ง เมื่อไปยึดมั่นอย่างนี้ด้วยอำนาจของอวิชชา ๕ ประการ และมองไม่เห็นการเกิดดับของขันธ์ ๕ ที่มาหุ้มใจ จึงทำให้มองไม่เห็นนิพพาน ทั้งๆ ที่ ดังกล่าว จึงทำให้หลงผิด ยึดมั่นว่าร่างกายและ นิพพานก็มีอยู่ในศูนย์กลางของธรรมกาย ที่มีอยู่ จิตใจนี้เป็นตัวตนของเรา ความยึดมั่นนี้ ท่านเรียก แล้วภายในตัว ไม่เพียงแต่ไม่เห็นเท่านั้น ยังไม่รู้สึก ว่า อุปาทาน ถ้ายังดัดอุปาทานไม่ได้ตราบใด ก็คงมีดดื้ออยู่ อย่างนั้น ดัดอุปาทานได้มีนิพพานเป็นที่ไปในเบื้อง หน้า หรือพูดให้ฟังง่ายกว่านี้ก็ว่า เมื่อตัดอุปาทาน เสียได้ จะมองเห็นนิพพานอยู่ข้างหน้า อวิชชาที่ แปลว่าไม่รู้นั้นได้แก่ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของ สังขาร ไม่รู้ปฏิจจสมุปบาทและอริยสัจจะ ตรงนี้เท่ากับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านบอกว่า ที่อุปาทานเกิดขึ้น โดยไปยึดมั่นถือมั่น เอาขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวเป็นตนนั้น ก็เพราะมีอวิชชา เป็นต้นเหตุ อย่างที่เคยพูดไว้เมื่อคราวที่แล้ว ว่า อวิชชานี้ เป็นรากเง่า เป็นต้นตอของกิเลส ที่มัน หยั่งรากลึกลงไปอยู่ในใจคน และเป็นความมืดที่ สามารถแผ่ออกไปหุ้ม ไปคลุมใจไว้ ทําให้มนุษย์ทั้ง หลายมองเห็นขันธ์ ๕ ได้ไม่ครบหมดทุกส่วน อย่างดีก็เห็นแต่เพียงส่วนที่เป็นกาย แต่มองไม่เห็น ส่วนที่เป็น "ใจ" เมื่อมองไม่เห็น ใจ ก็เลยไม่เห็น กลไกการทำงานของใจทั้ง 4 ขั้นตอน คือ รับ จำ คิด รู้ ก็เลยยังไม่รู้จักเวทนา คือความรู้สึก ไม่รู้จัก สัญญา ความจำได้หมายรู้ ไม่รู้จักสังขาร ความคิด ปรุงแต่ง และไม่รู้จักวิญญาณ คือรับรู้ เพราะฉะนั้น ทั้งมนุษย์ทั้งสัตว์โลกอื่นๆ ไม่มีใครเห็นทั้ง "ใจ" และกลไกการทำงานของใจตนเอง เพราะไม่เห็น ก็ เลยทำให้หลงเข้าใจผิด ไปยึดมั่นว่าขันธ์ ๕ แต่ละ อย่างเป็นตัวตน หลงเข้าใจว่า รูปเป็นตัวตน เข้าใจ ว่า เวทนาเป็นตัวตน เข้าใจว่า สัญญาเป็นตัวตน เข้าใจว่า สังขารเป็นตัวตน เข้าใจว่า วิญญาณเป็น ตัวตน เฉลียวใจด้วยว่า นิพพานมีอยู่ข้างใน เป็นต้นแหล่ง ของความสว่าง ปัญญา และความสุขแท้จริง แม้ กระทั้งมีใครมาบอก ก็ยังไม่เชื่อ ดีไม่ดีกลับไปดูถูก ผู้มาบอกด้วยความหลงผิดหรือโกรธ หาว่าเขา หลอกหลวงอีก เมื่ออวิชชาเข้ามาท่อหุ้มใจ เลยทำให้ไม่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคตของสังขาร ที่ว่าไม่รู้อดีต คือไม่รู้ว่า ร่างกายและจิตใจ ของเรามีความเป็นมาอย่างไร ไม่ วาวสาวกัลยาณมิตร ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More