ข้อความต้นฉบับในหน้า
ป๊ปผบายามปะเข้าไปรู้จิกดิบมุดตสที่มีความรู้ความสามาๆก
ที่ตั้งใจทำมาหากิน ไปยปีกาบหปิดความรู้ ความคิดที่ดีปาม ชานกินประผฤติปฏิบัติธรรม
รักษาสส ไม่มั่วสุมดินปีบายมุข
ปัญญาของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มแม่บ้าน หรืออาสาสมัคร
นอกจากผลเสียจะเป็นเงินทองแล้ว ยังเสีย เพื่อพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด ผลผลิตที่ผลิต
เวลาในการพัฒนาพันธุ์พืช ทั้งก่อให้เกิด
ขึ้นก็ต้องไม่ตัดราคากันเอง เพียงเห็นแก่
ประโยชน์เฉพาะตน ไม่เห็นแก่หมู่คณะ นั่น
แสดงว่าเรามีการให้น้อย ผมก็เลยฟิกตัว
เองให้เป็นผู้ที่รู้จักการให้ เริ่มด้วยตื่นเช้าขึ้น
มา ผมก็ทำบุญดักบาตรเสียก่อนที่จะไปทำไร่
การมั่วสุมกับยาเสพติด ซึ่งมักจะส่งผลให้
เกิดอาชญากรรมในที่สุด
อีกอย่างที่ผมเห็นว่า เกษตรกรทุกคน
จะต้องประเมินให้ได้ก็คือ เรามีความ
ขวนขวายที่จะใฝ มากพอแล้วหรือยัง การ ไถนา เพื่อดัดความตระหนี่ให้ออกไปจากใจ
ที่เราจะสาวหาเหตุได้ถูกต้องแม่นยำ นั่น ตามที่หลวงพ่อเคยบอกใช่ไหมครับและถ้า
หมายความว่าเราต้องขวนขวายใส่ใจฟัง
พอจะช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ไม่ว่าอะไร ผม
ผมก็ยอม
ข้อสุดท้าย ผมจำได้ที่หลวงพ่อเคยบอก
นะครับว่า ถ้าเรามีทั้ง ๔ ข้อนี้แล้ว เราจะ
เป็นผู้ที่ฉลาด รู้เท่าทันเหตุการณ์ เราจะ มี
สติปัญญาในการมองตลาด มองอนาคต
เพราะฉะนั้น ถ้าเกษตรกรทุกคนรู้จักตน
ทำงานให้มีคุณภาพ เราก็จะมีศักยภาพพอ
เทศน์ ฟังธรรม เมื่อเรามีจิตใจสะอาด บริสุทธิ์ ลงชื่อทำทันที แม้จะเสียงานในไร่ไปบ้าง
ผ่องใสแล้วเรามาเดิมตัวเองให้มีจิตสำนึกที่
จะใฝ่รู้ เราก็จะเป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพ
มากขึ้นไปอีก หนักแน่นขึ้นไปอีก อย่างที่
หลวงพ่อได้พูดว่า เราต้องมีสุตะ ใช่ไหมครับ
เกษตรกรที่มีสุตะ คือ เกษตรกรที่มีความใฝ่รู้
ขวนขวาย ฟังให้มาก ติดตาม ข่าว ก็ยาก
จะไม่มีใครมาหลอกเราได้ พ่อค้า คนกลาง
ก็จะมาหลอกลวงเราได้ยาก
ประโยชน์ระยะสั้นมาล่อหลอกเราก็ไม่สำเร็จ
ถ้าเราเป็นเกษตรกรที่มีความใฝ่รู้
เอาผล
เมื่อเรามีศักยภาพ ทั้ง ๓ ประการที่กล่าว
มาแล้ว ประการที่ ๔ เราต้องรู้จักการให้ มี
น้าจิต น่าใจที่จะช่วยเหลือเจือจุนเพื่อนบ้าน
ภัยเศรษฐกิจในครั้งนี้ ถ้าเราจะแก้ไขปัญหา
คนเดียวคงไม่สำเร็จ เราต้องช่วยกันมีน้ำใจ
ทำงานเป็นทีม เป็นหมู่คณะ ทั้งหมู่บ้าน ทั้ง
ตำบลต้องทำกันจริงๆ โดยให้มีการรวม
เมษายน ๒๕๔๑ ๔๓ วารสารกัลยาณมิตร