ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชี วิ ต แ ล ะ เ ว ล า
คือ ปี่ เ ไ ค่! ของ สัจ คน
มนุษย์จะมีชีวิตอยู่โดดเดี่ยวล่าพ้งในโลกไม่ได้
นับตั้งแต่เกิดก็ต้องมีพ่อแม่ มีญาติพี่น้อง เมื่อเติบโต
ขึ้นก็ต้องมีพรรคพวกเพื่อนฝูง ออกเดินทางไปไหน
มาไหนก็ต้องพบกับสิ่งแวดล้อมทั้งที่มีชีวิตและไม่มี
ชีวิต ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าชีวิตของความเป็นมนุษย์
ย่อมข้องเกี่ยวผูกพันกับสิ่งรอบข้างทั้งที่เป็นวัตถุและ
ที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่มีสิ่งไหนที่จะไม่มีความเกี่ยว
เนื่องแก่กันและกันเลย เพราะฉะนั้น การกระทำของ
แต่ละบุคคลย่อมส่งผลเกี่ยวโยงแก่กันและกันด้วย
ดังนั้นจึงไม่สงสัยเลยว่า เพียงการตัดสินใจของ
บุคคลคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำประเทศ ก็ย่อมส่ง
ผลถึงชีวิตของผู้คนในอีกหลายๆ ประเทศ หรือการ
ละลายของน้ำแข็งไกลถึงขั้วโลก ยังส่งผลให้แม่น้ำใน
ประเทศไทยหลายสายต้องแห้งเหือด หรือแม้แต่ตัว
ของเราเอง ถ้าเราเป็นคนดีในสังคม โลกก็ย่อมสงบ
อนุชนรุ่นหลังตลอดจนผู้เป็นเทือกเถาเหล่ากอก็จะ
ถือปฏิบัติเอาแบบอย่าง จนอาจจะกลายเป็นบุคลิก
เอกลักษณ์ของคนในวงศ์ตระกูล แต่ย่อมส่งผลถึง
สังคมที่จะต้องมีกระบวนการทางยุติธรรมเข้ามาข้อง
เกี่ยวกับตัวเราอีกมากมาย มนุษย์ทุกคน จึงล้วนเป็น
บุคคลสำคัญ แต่ละคนถือกำเนิดมาเพื่อเป็นสมาชิก
ของสังคม และทิศทางของสังคมจึงขึ้นอยู่กับตัวของ
เราแต่ละคน และเวลาของแต่ละชีวิตจึงมีคุณค่าหาก
ได้นำมาเพื่อสร้างสรรค์สังคม
คถ เสือ 1 ส
สร้ เจ (ล กเท้ รอเย็น
มีหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่งเขียน
ข้อความว่า เรื่องเอาไว้ตอนหนึ่งว่า “โลกกำลังพบ
กับวิกฤตการณ์อันร้อนระอุ” จากข้อความดังกล่าว
ถ้าจะอุปมาโลกปัจจุบันที่กำลังมีความขัดแย้งเปรียบ
เสมือนกองไฟอันร้อนแรง และเราแต่ละคนที่ต่างมี
ส่วนในสาเหตุแห่งความขัดแย้งนั้นเปรียบเสมือน
วารสาวกัลยาณมิตร ๗๒ เมษายน ๒๕๔๑
ท่อนฟินที่กำลังเป็นเชื้อไฟ ถ้าเราชักท่อนฟื้นคือตัว
ของเราออกมาเสีย อย่างน้อยความร้อนของกองไฟ
ก็ย่อมทุเลาเบาบางลง ถ้าคนอื่นๆ ท่า เช่นเดียวกัน
บ้าง กองไฟก็ย่อมมีทางที่จะดับลงได้ แต่ปัจจุบัน
ท่อนหินแต่ละท่อนอันเปรียบเสมือนบุคคลแต่ละคน
ยังไม่ทราบว่าตนคือส่วนหนึ่งของกองไฟอันร้อนระอุ
นั้น ซึ่งถ้าหากเราจะเริ่มมองที่ตัวเองก่อน แล้วค่อย
มองไปยังสิ่งแวดล้อมภายนอก แล้วค่อยพิจารณาต่อ
ว่าตัวเราจะมีความสัมพันธ์กับโลกอันเป็นสิ่ง
แวดล้อมภายนอกนั้นอย่างไร เช่น จะสร้างสรรค์
หรือทำลาย จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหรือว่าจะสร้าง