พระสงฆ์ในเบื้องต้น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 3 หน้า 7
หน้าที่ 7 / 132

สรุปเนื้อหา

พระสงฆ์ในเบื้องต้น ได้แก่ สมมติสงฆ์ ตั้งแต่ หลวงพ่อ หลวงพี่ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น จัดเป็นสมมติ สงฆ์ทั้งหมด พระสงฆ์ในท่ามกลาง หมายถึง พระอริยสาวกที่ ได้ฟังธรรมจากพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปีโน ฌายโต พราหมณสุส อสฺส กงขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม “เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มี ตรัสรู้ตาม บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระโสดาบัน ความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ พระสกทาคามี พระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ พระสงฆ์ในเบื้องปลาย หมายถึง สังฆรัตนะ คือ พระธรรมกายที่อยู่ในกายท่าน พระธรรมกายที่อยู่ใน กลางธรรมรัตนะ ที่ทำหน้าที่รักษาธรรมรัตนะ ใส บริสุทธิ์ ผุดผ่องทีเดียว สิ่งที่ท่านต้องการให้รู้จัก ไม่เพียงแต่รัตนะทั้งสาม อย่างนี้เท่านั้น แต่ต้

หัวข้อประเด็น

- พระสงฆ์ในเบื้องต้น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระสงฆ์ในเบื้องต้น ได้แก่ สมมติสงฆ์ ตั้งแต่ หลวงพ่อ หลวงพี่ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น จัดเป็นสมมติ สงฆ์ทั้งหมด พระสงฆ์ในท่ามกลาง หมายถึง พระอริยสาวกที่ ได้ฟังธรรมจากพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปีโน ฌายโต พราหมณสุส อสฺส กงขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺม “เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มี ตรัสรู้ตาม บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระโสดาบัน ความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ พระสกทาคามี พระอนาคามี เป็นพระอรหันต์ พระสงฆ์ในเบื้องปลาย หมายถึง สังฆรัตนะ คือ พระธรรมกายที่อยู่ในกายท่าน พระธรรมกายที่อยู่ใน กลางธรรมรัตนะ ที่ทำหน้าที่รักษาธรรมรัตนะ ใส บริสุทธิ์ ผุดผ่องทีเดียว สิ่งที่ท่านต้องการให้รู้จัก ไม่เพียงแต่รัตนะทั้งสาม อย่างนี้เท่านั้น แต่ต้องการให้เข้าถึงก็คือพระรัตนตรัย ภายใน ได้แก่ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ที่อยู่ ภายในนี้ นี่คือสิ่งที่ท่านอยากให้เข้าถึง เพราะเข้าถึงแล้ว จึงจะได้เป็นที่พึ่งและที่ระลึกให้กับตัวของเราเองได้ ถ้า ทุกคนได้เข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่ภายในตัวแล้ว สุขที่แท้จริงของโลกก็จะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน สันติ ย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ชัดในธรรมพร้อมทั้งเหตุ ธรรมกายเป็นของจริงที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา และมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกๆ คน ควรที่เราจะพิสูจน์ ให้เข้าถึงของจริงที่อยู่ภายในตัวของเรา ผู้ที่ยังไม่รู้จัก ธรรมกายมีอยู่ ๒ ประเภท คือ ผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติ คือผู้ไม่ ได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง จึงไม่ ทราบว่าธรรมกายนั้นมีอยู่จริง เมื่อไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น จึงกล่าวแบบผู้ไม่รู้ไม่เห็นกันไปต่างๆ นานา อีกประเภทหนึ่งคือผู้ที่ลงมือปฏิบัติแล้วแต่ทำไม่ได้ เพราะปฏิบัติไม่ถูกวิธี หรือบางพวกรู้วิธีการหมดแล้ว แต่ขาดความเพียร ทำไม่ต่อเนื่อง จึงไม่รู้จักและไม่ เข้าใจเรื่องธรรมกาย ซึ่งเป็นหลักที่แท้จริงของพระพุทธ ศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เป็นความจริงได้ ไม่ใช่เป็นความเพ้อฝันเลื่อนลอย เราไม่เรียกผู้เรียนมามากหรือผู้พูดมากว่าเป็นผู้ทรงธรรม ส่วนผู้ใดเรียนคาถาแม้เพียงบทเดียว แล้วแทงตลอดใน ธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม” ดังนั้น เราจะเห็นว่าลำพังความรู้ในทางปริยัติ เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เราต้องนำความรู้เหล่า นั้นมาปฏิบัติให้บรรลุผลด้วย เพราะศาสนาพุทธเป็น ศาสนาแห่งการปฏิบัติ ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายได้เมื่อไร การที่ทุกคนในโลกปรารถนาอยากจะให้โลกเกิด สันติสุขที่แท้จริงนั้น ความปรารถนานี้สามารถ เพราะว่าพระรัตนตรัยนั้นมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน ถ้า หากใครได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในแล้ว เขาจะมีชีวิต ใหม่ที่สดใสบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เขาจะมีความคิดที่แตกต่างไปจากเดิม คำพูดและการ กระทำที่แตกต่างไปจากเดิม มีแต่ความปรารถนาดีต่อ เพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ใช่ปากพูดอย่างใจคิดอีกอย่าง ของจริงนั้นต้องคู่กับคนจริง ถ้าทำจริงก็จะเข้าถึงได้ แน่นอน ถ้าหากปฏิบัติตามพุทธวิธีที่ได้แนะนำเอาไว้ จะ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถรู้แจ้งได้ด้วยธรรมกาย ถ้า ได้รู้แจ้งเห็นจริง หมดความสงสัยในพระรัตนตรัย ทุกคนลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำอย่างถูกวิธีและมี ความสม่ำเสมอก็จะสามารถเข้าถึงได้ทุกคน และเมื่อนั้น ให้รู้แจ้งเห็นจริงไปตามความเป็นจริง พระสัมมาสัมพุทธ บัณฑิตควรจะพิสูจน์โดยลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง เราก็จะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ทรงธรรมอย่างแท้จริง” เจ้าเมื่อได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเปล่งอุทานว่า พระรัตนะตรัยนี้เป็นของจริงที่อยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน ความสงสัยทั้งปวงก็จะสิ้นไป จากผู้ไม่รู้ก็จะกลายเป็นผู้รู้ กัลยาณมิตร มีนาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More