อุคคตเศรษฐีและการบรรลุธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 3 หน้า 77
หน้าที่ 77 / 132

สรุปเนื้อหา

๗. อุคคตเศรษฐี ท่านอุคคตเศรษฐี เป็นบุตรชายเศรษฐีในบ้าน หัตถคาม เมื่อบิดาล่วงลับก็ได้ตำแหน่งเศรษฐี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์เสด็จจาริก ไปบ้านหัตถิตามประทับอยู่ ณ อุทยานนาคภวนะ ครั้ง นั้นอุคคตเศรษฐีเสพสุราจนเมามายอยู่ถึง ๗ วัน ครั้น เห็นพระศาสดาเข้าก็เกิดหิริโอตตัปปะ เมื่อได้เข้าเฝ้าพระทศพล ความเมาสุราก็ เหือดหายไปหมดและเมื่อฟังพระธรรมเทศนาจนจบ ก็มี ใจหยุดนิ่งเข้าถึงกายธรรมอนาคา เป็นพระอนาคามี ตั้งแต่นั้นมาท่านอุคคตเศรษฐีได้สละเหล่านักฟ้อน- รำที่เคยห้อมล้อม หันมายินดีในการถวายทานแก่ภิกษุ สงฆ์เท่านั้น แม้จะมีเทวดามาหาในยามราตรีแล้วบอก แก่เศรษฐีว่า ภิกษุรูปนี้มีวิชชา ๓ รูปนั้นมีอภิญญา 5 รูปนี้มีศีล รูปนั้นทุศีล ท่านอุคคตเศรษฐีได้ฟังดังนี้ก็ไม่ ได้ทำให้ศรัทธาเสื่อมถอย กลับถวายไทยธรรมด้วยจ

หัวข้อประเด็น

- อุคคตเศรษฐีและการบรรลุธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๗. อุคคตเศรษฐี ท่านอุคคตเศรษฐี เป็นบุตรชายเศรษฐีในบ้าน หัตถคาม เมื่อบิดาล่วงลับก็ได้ตำแหน่งเศรษฐี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์เสด็จจาริก ไปบ้านหัตถิตามประทับอยู่ ณ อุทยานนาคภวนะ ครั้ง นั้นอุคคตเศรษฐีเสพสุราจนเมามายอยู่ถึง ๗ วัน ครั้น เห็นพระศาสดาเข้าก็เกิดหิริโอตตัปปะ เมื่อได้เข้าเฝ้าพระทศพล ความเมาสุราก็ เหือดหายไปหมดและเมื่อฟังพระธรรมเทศนาจนจบ ก็มี ใจหยุดนิ่งเข้าถึงกายธรรมอนาคา เป็นพระอนาคามี ตั้งแต่นั้นมาท่านอุคคตเศรษฐีได้สละเหล่านักฟ้อน- รำที่เคยห้อมล้อม หันมายินดีในการถวายทานแก่ภิกษุ สงฆ์เท่านั้น แม้จะมีเทวดามาหาในยามราตรีแล้วบอก แก่เศรษฐีว่า ภิกษุรูปนี้มีวิชชา ๓ รูปนั้นมีอภิญญา 5 รูปนี้มีศีล รูปนั้นทุศีล ท่านอุคคตเศรษฐีได้ฟังดังนี้ก็ไม่ ได้ทำให้ศรัทธาเสื่อมถอย กลับถวายไทยธรรมด้วยจิต สม่ำเสมอโดยทั่วหน้า มุ่งถวายหมู่สงฆ์เป็นที่ตั้ง ต่อมาภายหลังพระพุทธองค์ทรงยกย่อง ท่าน อุคคตเศรษฐีชาวหัตถ์คาม เป็นผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลาย ผู้เป็นอุปัฏฐากสงฆ์ ๘. สุรอัมพัฏฐอุบาสก (ปุรพันธเศรษฐี) สุรอัมพัฏฐอุบาสก หรือ ปุรพันธะ เป็นบุตรชาย เศรษฐีในเมืองสาวัตถี เมื่อเขาเจริญวัยได้เป็นอุปัฏฐาก ของเหล่าอัญญูเดียรถีย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรวจดูสัตวโลกเวลา ใกล้รุ่ง ทรงเห็นเหตุแห่งโสดาปัตติผลของปุรพันธอุบาสก จึงเสด็จไปถึงประตูเรือนของเขา เขาเห็นพระทศพล จึง คิดว่า “พระสมณโคดมทรงอุบัติในสกุลใหญ่ และเป็นที่รู้จัก ดีของมหาชนในโลก การที่ท่านมาถึงนี้แล้วเราไม่ออกไป ต้อนรับนั้นไม่สมควร” ปุรพันธเศรษฐี จึงเข้าไปกราบ รับบาตร แล้ว อาราธนาให้เสด็จเข้าไปในเรือนประทับนั่งบนบัลลังก์ที่มี ค่ามาก ถวายภัตตาหาร เมื่อเสร็จภัตกิจพระศาสดาทรง แสดงธรรม เมื่อจบพระธรรมเทศนา ปุรพันธอุบาสกมี ใจหยุดนิ่งเข้าถึงกายธรรมพระโสดา เป็นพระโสดาบัน ลำดับนั้น มารคิดว่า “ปุรพันธะนี้เป็นสมบัติของ เราแต่พระศาสดาเสด็จไปเรือนเขาวันนี้ เขาได้บรรลุ ธรรมหรือเปล่า เขาพ้นจากวิสัยของเราหรือยังไม่พ้น เราจะต้องเนรมิตรูปละม้ายพระทศพลทดลองเขาดู” มารจึงเนรมิตกายคล้ายพระพุทธองค์ ทั้งทรงจีวร ทรงบาตรทำอากัปกิริยาเหมือนพระพุทธเจ้าทุกประการ ประทับยืนใกล้ประตูเรือน ปุรพันธอุบาสกทราบข่าวว่า พระศาสดาเสด็จกลับมาอีก คิดว่า “ธรรมดาการเสด็จไป ชนิดไม่แน่นอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีเลย เหตุ ใดจึงเสด็จกลับมาอีก” แล้วอุบาสกก็รีบไปเข้าเฝ้า เขากราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ทรง ทำภัตกิจเสร็จแล้วในเรือนของข้าพระองค์ ทรงอาศัย เหตุอะไรจึงเสด็จมาอีก” มารกล่าวว่า “ดูก่อนปุรพันธะ เมื่อ สักครู่ เรากล่าวธรรมโดยไม่ทันพิจารณา ที่เรากล่าวไป ไม่ได้เป็นเช่นนั้น.... ปุรพันธอุบาสกคิดว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดปกติอย่าง ยิ่งเพราะธรรมดาพระพุทธวจนะ ย่อมไม่มีเป็นอื่น ผู้เป็น ข้าศึกต่อพระทศพลก็คือมารผู้นี้ต้องเป็นมารอย่างแน่นอน” อุบาสกจึงถามว่า “ท่านเป็นมารหรือ!” ถ้อยคำที่พระอริยสาวกกล่าวเหมือนหนึ่งเอา ขวานใหญ่ฟันมาร มารไม่สามารถดำรงภาวะของตนไว้ จึงยอมรับโดยดี ปุรพันธอุบาสกจึงชี้นิ้วกล่าวว่า “มารตั้ง ๕๐๐ ตั้ง ๑,๐๐๐ ก็มาทำศรัทธาของเราให้หวั่นไหวไม่ได้ หรอก ท่านอย่ายืนใกล้ประตูเรือนของเรานะ” มารฟังคำ เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่งเพราะธรรมดาพระพุทธวจนะ ย่อมไม่มีเป็นอื่น ผู้เป็นข้าศึกต่อ พระทศพลก็คือมาร ผู้นี้ต้องเป็นมารอย่างแน่นอน กัลยาณมิตร ๗๕ มีนาคม ๒๕๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More