ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นที่พึ่ง ทรงตั้งสัจจกิริยาอธิษฐานเปรี้ยงลงไปเลยว่า
“ปีกของเรามีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรา
ก็มีอยู่ แต่เดินไม่ได้ มารดาบิดาของเราก็ออกไปหาอาหาร
ไฟเอ๋ย ท่านจงกลับไปเสียเถอะ”
สิ้นคำแห่งสัจจกิริยาคาถาของพระองค์ ไฟที่ลุก
ท่วมป่า ก็ถอยไกลออกไปจากรังนก
คุ้มเป็นระยะ ๑๖ กรีส แล้วมอดดับ
ทันที (๑ กรีส = ๑๒๕ ศอก หรือ ๖๒.๕
เมตร) ไม่อาจต้านทานอำนาจของ
สัจจกิริยาคาถาของพระองค์
ตรงนี้เองที่บอกให้เราเข้าใจ
ความหมายของ สัจจกิริยาคาถา
ตามที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัด
ปากน้ำอธิบายไว้ข้างต้นว่า คือ วาจา
ที่กล่าวขึ้นมาในการกระทำความ
จริงใจของตัวเองให้ปรากฏขึ้นมาใน
โลก
เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่สั่งสม
สัจจะมามากจนกระทั่งใจใสแล้ว เขา
ย่อมมีสัจจะเป็นทั้งที่พึ่งและหลักใจ
เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ยามจะยืน เดิน นั่ง
นอนก็เป็นสุขอยู่เสมอ เพราะใจใส
และแม้จากโลกนี้ไปเกิดเป็นอะไรก็ตาม
ใจย่อมใสข้ามชาติ และได้รับการ
ยกย่อง ยอมรับให้เป็นผู้นำาจากคน
รอบข้างอย่างเต็มหัวอกหัวใจ เพราะ
สัจจะในตัวของเขามันให้ใจใสและมี
ฤทธิ์มากกว่าคนอื่นๆ ดังเช่นพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา มีบางครั้ง
ที่พระองค์จับพลัดจับผลูจําเป็นต้อง
ไปเกิดเป็นช้าง ก็ทรงเกิดเป็น
พญาช้างเผือก หรือเมื่อต้องทรงเกิด
เป็นเสือก็เป็นพญาเสือ ไปเกิดเป็น
ราชสีห์ ก็เป็นพญาราชสีห์ ไปเกิด
เป็นนก ก็ไม่ได้เกิดเป็นพวกนกโง่ๆ แต่ไปเกิดเป็นพญานก
และแม้ที่สุดเมื่อเกิดเป็นคน ก็ได้เป็นผู้นำของชาวโลก
ชนิดที่คนทั้งโลกตลอดจนแม้กระทั่งเทวดาทุกชั้นฟ้า
ล้วนคารพกราบไหว้บูชาพระองค์อย่างเต็มหัวอกหัวใจ
เมื่อเรารู้แล้วว่าสัจจะมีคุณต่อตัวของเราอย่าง
ใหญ่หลวงเพียงนี้ เราจึงไม่ควรมองข้าม
บทฝึกสัจจะหรือบทฝึกที่ทำให้ใจใสที่อยู่
ใกล้ๆ ตัวของเรา ซึ่งก็คือ การฝึกทำทุก
สิ่งอย่างที่เราต้องเข้าไปเกี่ยวข้องแม้
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด
เพื่อสั่งสมนิสัยรักสัจจะให้เป็นทุนติดตัว
66
RU
คนที่มีนิสัยรักสัจจะ
ถ้าไปถึงไหน เหยียบไป
ที่ใด เขาย่อมไม่หวาดกลัว
อะไรทั้งนั้น หรือเมื่อต้อง
พูดอะไร เขาก็พูดด้วย
สัจจะวาจาอย่างเต็มปาก
เต็มคำเป็นปกติ ไม่มี
ลับลมคมในแม้แต่น้อย
เพราะไม่มีความชั่วใด ๆ
ต้องปกปิด
กัลยาณมิตร ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๒
ข้ามภพข้ามชาติไป เช่นถ้าจะพับผ้า
ต้องพิจารณาว่าพับอย่างไรจึงจะ