การรักษาป่า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 3 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 132

สรุปเนื้อหา

จจุบันนี้เราเรียกร้องให้ช่วยกันรักษาป่าให้ปลูก เหมือนกับป่าจริงๆ ซึ่งเป็นป่าขึ้นมาได้ก็เพราะมีต้นไม้ ป่ากัน เพราะต่างก็เห็นและได้รับพิษภัยจาก การตัดต้นไม้ทำลายป่ากันบ่อยขึ้น เช่น เจอน้ำท่วมบ้าง ฝนแล้งบ้าง อากาศร้อนจัดบ้าง ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก การตัดไม้ทำลายป่ากันด้วยความโลภ หรือด้วยความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทั้งสิ้น กว่าจะรู้ว่าป่ามีประโยชน์มีคุณ ต่อมนุษย์อย่างไร ป่าก็เกือบจะหมดโลกอยู่แล้ว ถึง กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังเพียรตัดไม้ ทำลายป่ากันอยู่อีก โดยอ้างเหตุอ้างผลมากมาย ซึ่ง ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงเป็น นักอนุรักษ์ป่ามาแต่ต้น ทรงเห็นว่าป่าจะอยู่ได้อย่างไร ป่าจะหมดไปเพราะเหตุไร เพราะตลอดพระชนม์ของ พระองค์นั้นทรงอยู่กับป่ามาโดยตลอด จึงทรงสอนพระ สาวกทั้งหลาย

หัวข้อประเด็น

- การรักษาป่า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จจุบันนี้เราเรียกร้องให้ช่วยกันรักษาป่าให้ปลูก เหมือนกับป่าจริงๆ ซึ่งเป็นป่าขึ้นมาได้ก็เพราะมีต้นไม้ ป่ากัน เพราะต่างก็เห็นและได้รับพิษภัยจาก การตัดต้นไม้ทำลายป่ากันบ่อยขึ้น เช่น เจอน้ำท่วมบ้าง ฝนแล้งบ้าง อากาศร้อนจัดบ้าง ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก การตัดไม้ทำลายป่ากันด้วยความโลภ หรือด้วยความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทั้งสิ้น กว่าจะรู้ว่าป่ามีประโยชน์มีคุณ ต่อมนุษย์อย่างไร ป่าก็เกือบจะหมดโลกอยู่แล้ว ถึง กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังเพียรตัดไม้ ทำลายป่ากันอยู่อีก โดยอ้างเหตุอ้างผลมากมาย ซึ่ง ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงเป็น นักอนุรักษ์ป่ามาแต่ต้น ทรงเห็นว่าป่าจะอยู่ได้อย่างไร ป่าจะหมดไปเพราะเหตุไร เพราะตลอดพระชนม์ของ พระองค์นั้นทรงอยู่กับป่ามาโดยตลอด จึงทรงสอนพระ สาวกทั้งหลายให้เป็นผู้อนุรักษ์ป่า ตามพระบาลีข้างต้นนั้น พระดำรัสตอนนี้ตรัสไว้เป็นปริศนาธรรมให้ขบคิดกัน มิใช่ทรงมุ่งให้ท่าลายป่าตาม พยัญชนะหรือคำตรัส ด้วยทรง มุ่งไปอีกอย่างหนึ่ง กล่าวคือทรง อนุญาตให้ตัดป่า แต่ทรงห้ามมิ ให้ตัดต้นไม้ ก็ดูจะขัดกันอยู่ แท้ที่จริงแล้วคำว่า “ป่า” ที่ทรง อนุญาตให้ตัดนั้นทรงหมายถึงป่า คือกิเลสต่างๆ ได้แก่ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น รวมถึงสิ่งที่ ขึ้นอยู่ในป่าคือเวรภัยและ บาปกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อม ขึ้นมากๆ นั่นเอง ป่าจริงๆ เป็นที่ที่มีพิษภัยมาก เช่น สัตว์ร้าย ไข้ป่า เป็นต้น ซึ่งอาจทำอันตรายแก่ผู้เข้าป่า ได้ทุกเมื่อ ป่ากิเลสก็เช่นกัน เป็นที่เกิดแห่งเวรภัยและ ทุกข์นานาประการ เช่นความสมหวัง ความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจ ความคับแค้นใจ เป็นต้น จึงทรงเน้น ว่าจงตัดป่าเช่นนี้เสียให้หมดไป แต่ต้นไม้จริงๆ ทรงห้าม ไว้ว่าอย่าตัด คือต้องดูแลรักษาไว้ให้ดี ให้ตัดได้เฉพาะป่า และสิ่งที่เกิดขึ้นในป่า เมื่อตัดป่าเป็นต้นได้แล้ว ก็จะเป็น ผู้ไม่มีป่าอยู่ หรืออยู่โดยไม่ต้องมีป่า การอยู่แบบนี้เป็น สุขอย่างยิ่งสงบอย่างยิ่ง ไม่มีที่ใดจะสุขกว่าและสงบกว่า เมื่อป่ากิเลสหมดไป เหลือแต่ต้นไม้เพียงอย่างเดียว ป่าคือหมู่ไม้เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ เพราะป่าคือ ชีวิตของมนุษย์ ทำให้ชีวิตมีความรื่นรมย์ ร่มเย็น แม้จะ มีภัยบ้างก็ไม่มากนัก พอหลบหลีกได้ แต่ป่าคือกิเลส เป็นสิ่งที่ต้องตัดต้องถางกันไปจนกว่าจะหมด เพราะป่า แบบนี้ทำให้ชีวิตอับเฉา คับแค้น ทุกข์ทรมาน เวียนสุขเวียนทุกข์ าไป ผู้ฉลาดย่อมพยายาม ตัด ป่าเช่นนี้เรื่อยๆ แต่ผู้เบาปัญญา กลับปลูกป่าเช่นนี้ขึ้นในตนเรื่อยๆ และตราบใดที่ป่ากิเลสยังมีอยู่ใน จิตใจของมนุษย์ ป่าไม้จริงๆ ก็ จะถูกตัดถูกโค่นลงเรื่อยไป กับป่ากิเลสหรือเป็นผลพวงของ ป่ากิเลสนั้นๆ กิเลสเหล่านี้รวม กันเข้าก็กลายเป็นป่าได้ ป่าคือหมู่ไม้เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ เพราะป่าคือชีวิตของมนุษย์ ทำให้ชีวิตมีความรื่นรมย์ ร่มเย็น แม้จะมีภัยบ้างก็ไม่มากนัก พอหลบหลีกได้ แต่ป่าคือกิเลสเป็นสิ่งที่ต้องตัดต้องถางกันไปจนกว่า จะหมด กัลยาณมิตร ๘๗ มีนาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More