ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยการให้ เมื่อเขายินดีด้วยการพูดจาน่ารัก ข้า วันเดียว (พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้เกินไปกว่านี้) แม้
พระองค์ก็สงเคราะห์ด้วยการพูดจาน่ารัก เมื่อเขายินดี คราวอื่นๆ พระเจ้ามหานามก็ทรงถวายปัจจัยอันประณีต
ให้ช่วยทำกิจที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้น ข้าพระองค์ก็จะ แก่ภิกษุสงฆ์เสมอมาจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วชมพูทวีป
สงเคราะห์ด้วยการช่วยทำกิจที่เกิดขึ้นให้เสร็จสิ้นไป เมื่อ
ต่อมาภายหลัง พระพุทธองค์ทรงยกย่อง พระเจ้า
เขายินดีด้วยการวางตนเสมอกัน ข้าพระองค์ก็ มหานามศากยะเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลาย ผู้ถวาย
สงเคราะห์ด้วยการวางตัวเสมอกัน พระเจ้าข้า”
ต่อมาภายหลังพระพุทธองค์ทรงยกย่อง หัตถก
อาฬวกอุบาสก เป็นผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลาย ผู้
สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ ๔
๕. พระเจ้ามหานามศากยะ
พระเจ้ามหานามศากยะ เป็นพระโอรสพระเจ้า
อมิโตทนะ ผู้เป็นพระเจ้าอาของพระบรมศาสดา เมื่อ
ครั้งที่พระทศพลเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ครั้งแรก
(หลังจากการตรัสรู้ธรรม) ทรงแสดงธรรมโปรดจน
พระเจ้ามหานามเข้าถึงกายธรรมพระสกทาคา เป็น
พระสกทาคามี
ต่อมาพระบรมศาสดาเสด็จออกจากเมืองเวรัญชา
พร้อมพระภิกษุสงฆ์สาวก แล้วประทับอยู่ที่นิโครธาราม
พระเจ้ามหานามทรงทราบว่าพระศาสดาเสด็จมา จึง
เข้าเฝ้า กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าพระองค์ได้
สดับมาว่าภิกษุสงฆ์ลำบากด้วยการบิณฑบาตในเมือง
เวรัญชา ขอพระองค์โปรดประทานอนุญาตให้ข้า
พระองค์ทะนุบำรุงภิกษุสงฆ์ตลอด ๔ เดือนเถิด” พระ
ทศพลทรงรับโดยดุษณีภาพ
พระเจ้ามหานาม ทรงทราบ
ว่าพระบรมศาสดาทรงอนุญาตแล้ว
ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นก็บำรุงภิกษุสงฆ์มี
พระพุทธเจ้าเป็นประธาน ด้วย
อาหารอันประณีต และของมีรสอร่อย
และทรงขออนุญาตอีกคราวละ ๔
เดือน อีก ๒ ครั้ง สรุปว่าพระเจ้า
มหานาม ได้ถวายอาหารอันประณีต
มีโอชารสตลอดทั้งปีไม่มีขาดแม้แต่
ปัจจัยอันประณีต
5. อุคคเศรษฐี
อุคคคฤหบดี เป็นเศรษฐีเมืองเวสาลี เป็นสหายกับ
อนาถบิณฑิกคฤหบดี สมัยเรียนศิลปศาสตร์ด้วยกัน
อุคคเศรษฐี แต่เดิมนับถือพวกอเจลกะ จึงจะไล่
นางจูฬสุภัททาลูกสะใภ้ออกจากบ้าน เพราะนางไม่
นับถือตาม และท้าให้นางจุฬสุภัททา นิมนต์พระศาสดา
มา ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมด้วยพระอริยสาวก
ตามที่นางนิมนต์ พอเศรษฐีได้พบพระพุทธองค์ก็เข้าถึง
กายธรรมพระโสดา เป็นพระโสดาบัน ต่อมาสามารถ
ทำให้หยุดได้สมบูรณ์มากขึ้น จึงเข้าถึงกายธรรมพระ
อนาคา เป็นพระอนาคามี
วันหนึ่งท่านอุคคเศรษฐี นั่งในที่ลับคิดว่า “อะไรๆ
ก็ตามที่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา เราจะถวายสิ่ง ๆ นั้น
แด่พระทศพล เพราะเราเคยได้ฟังคำตรัสของพระองค์ว่า
ผู้ถวายของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ พระพุทธเจ้าทรง
ทราบจิตใจเราไหมหนอ ถ้าทราบจึงเสด็จมาประตูเรือน
ข้าพเจ้าเถิด”
พระศาสดาทรงทราบวาระจิตของเศรษฐี ได้เสด็จ
ปรากฏพระวรกายพร้อมพระสาวก ณ
ประตูเรือนท่านเศรษฐีทันที ท่าน
เศรษฐีปลื้มปีติเป็นล้นพ้นได้ถวาย
ภัตตาหารรสเลิศ และถวายสิ่งที่เขา
ชอบใจแต่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้า
เป็นประมุขนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ต่อมาภายหลัง พระพุทธ
องค์ทรงยกย่อง อุคคเศรษฐีเป็นผู้
เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลาย ผู้ถวาย
โภชนะอันชอบใจ
กัลยาณมิตร ๗๔ มีนาคม ๒๕๕๒