การปฏิบัติธรรมเพื่อความรู้แจ้ง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 3 หน้า 27
หน้าที่ 27 / 132

สรุปเนื้อหา

เอาชนะกันด้วยวาทะหรือทิฏฐิแต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับทรงมุ่งเน้นให้พุทธบริษัทลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อให้ ตรึกธรรม ไม่ใช่ผู้อยู่ในธรรม เพราะการตรึกตามธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า ผู้มากด้วยการ รู้เห็นธรรมด้วยตนเองเสมอ ดังที่ตรัสไว้ในขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเรียนธรรมคือ สุตตะ เคย ยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพ “บุคคล ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรมเพราะเหตุที่พูดมาก ภูตธรรม เวทัลละ เธอย่อมไม่ปล่อยให้วันคืนล่วงไป ไม่ ส่วนผู้ใด แม้ได้เรียนเพียงเล็กน้อยแล้วเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทในธรรม ผู้นั้นแลชื่อว่า ผู้ทรงธรรม” และใน ธรรมวิหาริกสูตรที่ ๑ อังคุตตรนิกาย ปัญจก- นิบาต ก็ทรงแสดงลักษณะของภิกษุ ผู้อยู่ในธรรม ไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเรียนธรรม คือ สุตตะ

หัวข้อประเด็น

- การปฏิบัติธรรมเพื่อความรู้แจ้ง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เอาชนะกันด้วยวาทะหรือทิฏฐิแต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับทรงมุ่งเน้นให้พุทธบริษัทลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อให้ ตรึกธรรม ไม่ใช่ผู้อยู่ในธรรม เพราะการตรึกตามธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า ผู้มากด้วยการ รู้เห็นธรรมด้วยตนเองเสมอ ดังที่ตรัสไว้ในขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเรียนธรรมคือ สุตตะ เคย ยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพ “บุคคล ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรมเพราะเหตุที่พูดมาก ภูตธรรม เวทัลละ เธอย่อมไม่ปล่อยให้วันคืนล่วงไป ไม่ ส่วนผู้ใด แม้ได้เรียนเพียงเล็กน้อยแล้วเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทในธรรม ผู้นั้นแลชื่อว่า ผู้ทรงธรรม” และใน ธรรมวิหาริกสูตรที่ ๑ อังคุตตรนิกาย ปัญจก- นิบาต ก็ทรงแสดงลักษณะของภิกษุ ผู้อยู่ในธรรม ไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ เธอย่อมปล่อยให้วันคืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการเรียนธรรมนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า ผู้มากด้วยการ เรียน ไม่ใช่ผู้อยู่ในธรรม อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมแสดงธรรมตามที่ได้สดับ มา ตามที่ได้เรียนมา แก่ผู้อื่นโดยพิสดาร เธอย่อมปล่อย ให้วันคืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบ ความสงบใจในภายใน เพราะการแสดงธรรมนั้น ภิกษุนี้ เรียกว่า ผู้มากด้วยการแสดงธรรม ไม่ใช่ผู้อยู่ในธรรม อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมกระทำการสาธยายธรรม ตามที่ได้สดับมา ตามที่ได้เรียนมา โดยพิสดาร เธอย่อมปล่อยให้วัน คืนล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการสาธยายธรรมนั้น ภิกษุ นี้เรียกว่า ผู้มากด้วยการสาธยาย ธรรม ไม่ใช่ผู้อยู่ในธรรม อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อม ตรึกตาม ตรองตาม เพ่งตามด้วยใจ ซึ่งธรรมตามที่ได้สดับมา ตามที่ได้ เรียนมา เธอย่อมปล่อยให้วันคืน ล่วงไป ละการหลีกออกเร้นอยู่ ไม่ ประกอบความสงบใจในภายใน ละการหลีกออกเร้นอยู่ ประกอบความสงบใจในภายใน เพราะการเรียนธรรมนั้น ภิกษุชื่อว่า เป็นผู้อยู่ในธรรมอย่าง นี้แล” พุทธดำรัสนี้บ่งบอกชัดเจนว่า พระองค์ไม่ทรง สรรเสริญการเรียนธรรมแล้วนำมาพูดพล่าม หรือเพียง นำมาตรึกตรองแล้ววิพากษ์วิจารณ์ หากทรงสรรเสริญการ ศึกษาเพื่อปฏิบัติให้เข้าถึงและรู้แจ้งเห็นแจ้งด้วยตนเอง อนึ่งในการลงมือฝึกฝนปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อเข้าถึง ความรู้แจ้งนั้น พระบรมศาสดาทรงเป็นแบบอย่างอันดี งามแก่พุทธศาสนิกชนเสมอมา เพราะตลอดชีวิตการ สร้างบารมีของพระองค์ที่ทรงแสวงหาสัจธรรม พระองค์ มิได้เพียงเล่าเรียน ตรึกตรอง แล้วนำมาถกเถียง หรือ ด่วนสรุปแต่อย่างใด หากทรงลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจนถึง ที่สุดทุกวิธี ก่อนจะสรุปว่า สิ่งใดถูกหรือผิด หนทางใดใช่ หรือไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ที่แท้จริง ดังเช่นในพระชาติสุดท้าย ที่ถือกำเนิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยสกุล พระองค์ไม่ทรงสรรเสริญ การเรียนธรรมแล้วนำมา พูดพล่าม หรือเพียงนำมา ตรึกตรองแล้ว วิพากษ์วิจารณ์ หากทรงสรรเสริญการ ศึกษาเพื่อปฏิบัติให้เข้าถึง และรู้แจ้งเห็นแจ้ง ด้วยตนเอง กัลยาณมิตร ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More