ข้อความต้นฉบับในหน้า
สัมมาสัมโพธิญาณ จึงเป็นธรรมละเอียด ลึกซึ้ง ไม่อาจ
หยั่งถึงได้ด้วยภูมิปัญญาของปุถุชน ดังพุทธดำรัสที่
ปรากฏใน พรหมยาจนกถา วินัยปิฎก มหาวรรคปาสรา
สิสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ และ โพธิราชกุมารสูตร
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ ว่า
“ธรรมที่เราบรรลุนี้แล ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้
ยาก เป็นธรรมสงบ ประณีต ไม่เป็นวิสัยที่จะหยั่งถึงได้
ด้วยความตรึก เป็นธรรมละเอียด รู้ได้แต่บัณฑิต แต่หมู่
สัตว์นี้ ยังรื่นรมย์ ยินดี เพลินใจในอาลัย ฐานะนี้ คือ
สภาพที่อาศัยกันเกิดขึ้นเพราะมีสิ่งนี้เป็นปัจจัย
(อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท) จึงเป็นสิ่งที่หมู่สัตว์เห็น
ได้ยาก แม้ฐานะนี้ คือ ธรรมที่สงบสังขารทั้งปวง ความ
สละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอกราคะ
ความดับโดยไม่เหลือ คือ นิพพาน ยิ่งเห็นได้ยากนักหนา”
พระดำรัสนี้บ่งบอกชัดเจนว่า ธรรมที่พระองค์ตรัสรู้
เช่น ปฏิจจสมุปบาทและนิพพานนั้น ปุถุชนผู้มิได้ปฏิบัติ
ย่อมไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยความตรึกนึกคิดหรือตรองเอา
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์
ให้เราผู้เป็นพุทธศาสนิกชนได้ฉุกใจคิด ในความละเอียด
ลึกซึ้งของพุทธธรรม คือ ในการรวบรวมพระธรรมวินัย
เป็นหมวดหมู่ ที่เรียกกันว่า สังคายนาพระธรรมวินัย หรือ
สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งแรก ซึ่งยังไม่มีการบันทึกเป็น
ลายลักษณ์อักษรนั้น คัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระ
วินัย กล่าวไว้ว่า พระมหากัสสปเถระ ได้...
“เว้นภิกษุผู้เป็นปุถุชน โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี
และขีณาสพสุกขวิปัสสกะ ผู้ทรงพระปริยัติ คือ
นวังคสัตถุศาสน์ทั้งสิ้นเสียจำนวนหลายร้อยและหลายพัน
เลือกเอาเฉพาะพระภิกษุขีณาสพ ผู้ทรงไว้ซึ่งประเภท
แห่งสรรพปริยัติ คือพระไตรปิฎก ได้บรรลุปฏิสัมภิทา
มีอานุภาพมาก แตกฉานในไตรวิชชา เป็นต้น ที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าทรงแต่งตั้งเป็นเอตทัคคะโดยมาก จำนวน
๔๙๙ รูป”
สำหรับรูปที่ ๕๐๐ คือพระอานนท์นั้น สงฆ์พร้อม
ใจกันเลือก เพราะ “ชื่อว่า นวังคสัตถุศาสน์ มีสุตตะ
เคยยะ เป็นต้น อะไรๆ ที่พระทศพลแสดงแล้ว ที่ท่าน
ด้วยเหตุผล เพราะ “เป็นวิสัยแห่งอุดมญาณ” ซึ่งบัณฑิต
ผู้ปฏิบัติสัมมาปฏิปทาเท่านั้นจะรู้เห็น” และหายสงสัยได้ด้วย มิได้ฟังเฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นไม่มี
ตนเอง
หากธรรมอันลึกซึ้งของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะสามารถเข้าใจได้เพียง
ด้วยการนึกคิด
ตรึกตรองด้วยเหตุผล
แล้ว ไฉนเล่าในการ
สังคายนาพระธรรมวินัย
ครั้งนั้นจึงต้องรอให้
พระอานนท์เป็น
พระอรหันต์ด้วย
การสังคายนาจึงไม่อาจขาดท่านได้ แต่ก็ “ยังไม่อาจทำการ
สังคายนาร่วมกันได้ เพราะพระ
อานนท์ยังเป็นพระเสขะอยู่"
หลังจากนั้นประมาณ ๒ เดือน
การสังคายนาจึงมีขึ้น ณ ถ้ำ
สัตบรรณ ข้างภูเขาเวภารบรรพต
ซึ่งเป็นเวลาที่พระอานนท์บรรลุ
อรหัตผลแล้ว
หากธรรมอันลึกซึ้งของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า จะสามารถ
เข้าใจได้เพียงด้วยการนึกคิด
Gn
เชิงอรรถ
๒ สารัตถทีปนี ฎีกาพระวินัย เล่ม
๔ ข้อ ๑๔ หน้า ๓๑
- ปปัญจสูทนี อรรถกถามัชฌิมนิกาย
เล่ม ๒ ข้อ ๒๘๑ หน้า ๘๒
กัลยาณมิตร MO
มีนาคม stre