ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส่งถาดอาหาร พร้อมกับคน ๑ คน ให้แก่ท่านทุกวัน” ยักษ์
จึงปล่อยพระราชาไป
ตั้งแต่นั้นมาก็ทรงส่งถาดอาหารพร้อมมนุษย์ ๑ คน
ให้ตลอด โดยคัดคนจากเรือนจำเป็นอันดับแรก เมื่อ
คนในเรือนจําหมดก็จับคนแก่ๆ ส่งไป เมื่อคนแก่เริ่ม
ร่อยหรอ ความหวาดกลัวก็เกิดขึ้นในบ้านเมือง เมื่อจับ
คนเหล่านั้นไม่ได้แล้วก็เริ่มจับพวกเด็กอ่อน ตั้งแต่นั้นมา
แม่ของเด็ก และหญิงมีครรภ์ต่างพากันไปอาศัยรัฐอื่น
สมัยนั้นพระบรมศาสดาทรงตรวจดูโลกใน
ระหว่างใกล้รุ่งทรงเห็นอุปนิสัยอนาคามีของโอรสพระ
เจ้าอาฬวกะ ผู้มีนามว่าอาฬวกกุมาร (หัตถกอาฬวก
อุบาสก) กุมารนี้ตั้งความปรารถนาไว้ถึงแสนกัป จุติจาก
เทวโลกแล้วบังเกิดในพระราชนิเวศน์ของพระเจ้าอาฬวกะ
ราชบุรุษก็วางอาฬวกกุมารลงในมือยักษ์ ยักษ์ก็
อุ้มเด็กวางไว้ในพระหัตถ์พระทศพล เมื่อพระศาสดาทรง
รับแล้วก็วางคืนให้อาฬวกยักษ์อีก แล้วอาฬวกยักษ์อุ้ม
เด็กไว้ในมือเหล่าราชบุรุษ เพราะพระกุมารนี้จาก
มือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่ง จึงพากันขนานพระนามกุมารนั้น
ว่า “หัตถกอาฬวกะ”
เหล่าราชบุรุษต่างดีใจ รีบพาพระกุมารกลับ
พระราชวัง พระราชาทรงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ
ทรงทราบเรื่องราวจึงโสมนัสยินดี
พระบรมศาสดาทรงให้อาฬวกยักษ์ถือบาตรจีวร
เพื่อเสด็จสู่พระนครอาฬวี ยักษ์เมื่อจะเข้าสู่พระนครก็
รู้สึกละอายจะถอยกลับ พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “ละอาย
หรืออาฬวกะ” เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า เพราะข้าพระองค์
ทรงล่วงรู้เหตุการณ์เบื้องหน้าว่าเมื่อพระราชาหาใครให้ ทำให้บุคคลทั้งหลายพากันตาย พวกที่เหลือเห็นข้า
ยักษ์กินไม่ได้จะให้พระกุมารพร้อมถาดอาหารในวันพรุ่งนี้ พระองค์แล้ว จะทำร้ายด้วยท่อนไม้บ้าง ก้อนดินบ้าง
จึงเสด็จไปปราบอาฬวกยักษ์ จนยักษ์ยอมจำนน และ
หลังจากพระศาสดาทรงวิสัชนาปัญหา 4 ข้อ เมื่อจบ
พระเทศนาอาฬวกยักษ์เข้าถึงกายธรรมพระโสดา เป็น
พระโสดาบัน
เมื่ออรุณรุ่งได้เวลานําอาหารไปให้ยักษ์ พวก
ราชบุรุษจับเด็กไม่ได้ จึงกราบทูลแด่พระราชาว่า มี
พระราชโอรสประสูติ จึงตรัสว่า “จงนำไป เมื่อเรายังมีชีวิต
อยู่จักได้ลูกอีก จงส่งเด็กนั้นไปพร้อมกับถาดอาหาร
พระราชเทวีได้แต่กันแสงคร่ำครวญ
ธนูบ้าง เพราะเหตุนั้นข้าพระองค์จึงจะถอยกลับพระเจ้า
ข้าพระบรมศาสดาตรัสปลอบว่า “อาฬวกะ ไม่มีดอก เมื่อ
ท่านไปกับเราก็จะสิ้นภัย ไปกันเถิด” พระราชาและชาว
พระนครต่างออกมาต้อนรับการเสด็จมาของพระบรม
ศาสดา พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมโปรด ต่อมาชาว
เมืองจัดพลีกรรมทุกปี ณ ที่อยู่ของอาฬวกยักษ์
เมื่อหัตถกอาฬวกกุมารเจริญวัยแล้ว ได้ฟังธรรม
จากพระบรมศาสดาได้เข้าถึงกายธรรมพระอนาคา เป็น
พระอนาคามี มีอุบาสกผู้เป็นอริยสาวกถึง ๕๐๐ คน ต่อ
ราชบุรุษพาเด็กไปที่อยู่ของอาฬวกยักษ์พร้อม มาวันหนึ่ง หัตถกอาฬวกอุบาสกเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา
ด้วยถาดอาหารกล่าวว่า “เชิญเถิด เจ้าจงรับส่วนของเจ้า
ไป" อาฬวกยักษ์นิ่ง รู้สึกละอายในกรรมที่เคยทำในอดีต
เพราะความที่เป็นพระอริยสาวกแล้ว ลำดับนั้นพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับยักษ์ว่า “อาฬวกะ บัดนี้ท่านไม่
มีกิจที่จะต้องละอายแล้ว จงอุ้มเด็กใส่มือเรา”
พร้อมด้วยอุบาสก ๕๐๐ คน พระพุทธเจ้าทอดพระเนตร
เห็นเขามีวินัยดี จึงตรัสถามว่า “อาฬวกะ (หัตถกอาฬวก
อุบาสก) เธอมีบริวารมากสงเคราะห์กันอย่างไร”
หัตถกอาฬวกอุบาสกกราบทูลว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระ
ภาคเจ้า เมื่อเขายินดีด้วยการให้ข้าพระองค์ก็สงเคราะห์
วันหนึ่งท่านอุคคเศรษฐี นั่งในที่ลับคิดว่า “อะไร ๆ ก็ตามที่เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา เราจะถวายสิ่งๆ
นั้นแด่พระทศพล เพราะเราเคยได้ฟังคำตรัสของพระองค์ว่า ผู้ถวายของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ”
กัลยาณมิตร ๗๓ มีนาคม ๒๕๔๒