ข้อความต้นฉบับในหน้า
แม้พระองค์จะบำเพ็ญ
ทุกกรกิริยาด้วยความเพียร
แรงกล้าถึงที่สุดด้วยพระสติ
ที่ดำรงมั่นเพียงใด
สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียง
ทุกขเวทนาแสนสาหัส
เท่านั้น หาใช่ความสงบ
ระงับแห่งดวงจิต
อีกเช่นเดียวกัน ได้บรรลุสมาบัติ ๘
จบความรู้ของครูภายในเวลาอันสั้น
และได้รับการยกย่องอย่างสูงจาก
อุททกดาบสและเหล่าศิษย์เช่น
ไม่ใช่ทางหลุดพ้น เป็นเพียง
ปฏิปทาให้เกิดในเนวสัญญานา
เดียวกัน แต่เพราะเห็นว่า ยัง
สัญญายตนพรหมเท่านั้น จึงอำลา
อุททกดาบสออกแสวงหาความ
หลุดพ้นอีกครั้ง
จากนั้น พระองค์เสด็จไป
บำเพ็ญเพียรตามลำพัง ณ ป่าอัน
น่ารื่นรมย์ ในตำบลอุรุเวลา ทรง
หรือปัญญาอันวิเศษไม่
ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง : วิธีแสวงธรรมของ
พระพุทธองค์
บำเพ็ญทุกกรกิริยาอย่างยิ่งยวดเป็นเอนกประการ
อันเป็นวิธีการที่ผู้คนในสมัยนั้นเชื่อกันว่า จะเป็นทาง
ในโพธิราชกุมารสูตร มัชฌิมนิกาย มัชฌิม
ปัณณาสก์ มีพระพุทธดำรัสเล่าถึงการแสวงหาหนทางพ้น
ทุกข์ของพระองค์ก่อนที่จะตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณว่า
เมื่อทรงออกผนวชแสวงหาหนทางอันสงบและ
ประเสริฐนั้น เบื้องต้น ทรงเข้าไปหาอาฬารดาบส
กาลามโคตร เพื่อขอศึกษาธรรมวินัย พระองค์ทรงเรียน
รู้หลักธรรมนั้นได้ครบถ้วนอย่างรวดเร็ว แล้วเกิดความ
คิดขึ้นมาว่า ท่านอาฬารดาบสคงไม่ได้รู้ธรรมเหล่านี้
เพียงจากการเล่าเรียนด้วยความเชื่อเท่านั้น ท่านจะต้อง
รู้แจ้งธรรมนี้ด้วยตนเองเป็นแน่ พระองค์จึงเข้าไปถาม
อาฬารดาบส แล้วฝึกปฏิบัติด้วยตนเองบ้าง เพียง ๒-๓
วัน พระองค์ก็บรรลุสมาบัติ ๗ จบความรู้ของครู และ
ได้รับการยกย่องอย่างสูงเสมอกับอาฬารดาบสผู้เป็นครู
แต่เพราะทรงเห็นว่า ธรรมนี้ยังไม่ใช่ธรรมสูงสุด ไม่ใช่
ทางเพื่อความหลุดพ้น เป็นเพียงหนทางให้เกิดใน
อากิญจัญญายตนพรหมเท่านั้น จึงอำลาอาฬารดาบส
ออกแสวงธรรมต่อไป
ต่อมา พระองค์ได้ไปศึกษาธรรมจากอุททกดาบส
ระงับดับกิเลส และนำไปสู่ความรู้แจ้งได้ แต่ทว่า แม้
พระองค์จะบำเพ็ญทุกกรกิริยาด้วยความเพียรแรงกล้า
ถึงที่สุดด้วยพระสติที่ดำรงมั่นเพียงใด สิ่งที่ได้รับกลับมี
เพียงทุกขเวทนาแสนสาหัสเท่านั้น หาใช่ความสงบระงับ
แห่งดวงจิตหรือปัญญาอันวิเศษไม่ ดังพระดำรัสที่ตรัส
กับโพธิราชกุมาร ว่า
“ดูก่อนราชกุมาร อาตมภาพได้มีความคิดเห็นว่า
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล..... ใน
อนาคต... ในปัจจุบัน ได้เสวยทุกขเวทนาอันแรงกล้า
เผ็ดร้อน ที่เกิดเพราะความเพียรอย่างมากก็เพียงแค่นี้
ไม่มียิ่งไปกว่านี้ แต่แม้จะบำเพ็ญทุกกรกิริยาที่เผ็ดร้อนถึง
เพียงนี้ เราก็ไม่ได้บรรลุอุตตริมนุสสธรรมอลมริย
ญาณทัสสนวิเสส (ความรู้ความเห็นอันวิเศษของพระอริยะ
อันสามารถยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์) เลย จะพึงมีทาง
เพื่อตรัสรู้ทางอื่นกระมังหนอ”
พระดำรัสนี้ ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนว่า ใน
การทดลองบำเพ็ญทุกกรกิริยานั้น พระองค์มิได้ทรงย่อ
หย่อนเลยแม้แต่น้อย หากทรงทุ่มเทฝึกฝนด้วยพระ
รามบุตร ครั้นเรียนรู้ธรรมแล้วก็ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง วิริยะอุตสาหะอย่างที่ไม่มีใครยิ่งกว่า และเมื่อทำจนถึงที่
กัลยาณมิตร ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๒