ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตึกรัฐสภา เมืองโคลัมโบ
ล้านคน ส่วนใหญ่ของประชากรเป็นชาวสิงหล มีอยู่
ประมาณ ๗๔% กลุ่มที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองคือ ทมิฬ
มีจำนวน ๑๘% ความแตกต่างของชาวสิงหลกับชาวทมิฬ
หากเดินไปบนท้องถนน นอกจากภาษาและศาสนาซึ่ง
แตกต่างกันแล้ว เราไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร
ชาวสิงหลนั้นใช้ภาษาสิงหล และนับถือพุทธศาสนา
ส่วนชาวทมิฬใช้ภาษาทมิฬ และนับถือศาสนาฮินดู
เกาะสิงหลแต่เดิมเป็นที่อยู่ของชาวเกาะเรียกกัน
ในภาษาสิงหลว่า เวดดา มีรูปร่างเตี้ยแคระ อาศัยอยู่
ตามป่าเขา ตามประวัติศาสตร์ของประเทศศรีลังกา
จากคัมภีร์มหาวงศ์ ซึ่งเขียนขึ้นโดยพระสงฆ์รูปหนึ่งในราว
พ.ศ.๕๐๐ กล่าวถึงการเข้ามาของชนชาติที่เรียกตนเองว่า
สิงหล ซึ่งถือเป็นชนชาติแรกที่ได้เข้ามาครอบครองเกาะ
ศรีลังกา เชื่อกันว่ามีกำเนิดมาจากชนชาติอินโดอารยัน
(Indo-Aryan) ซึ่งเดินทางอพยพมาจากทางตอนเหนือ
ของประเทศอินเดียเข้ามาสู่เกาะศรีลังกา ในราวกลาง
พุทธศตวรรษที่ ๑
ในเวลาเดียวกัน มีชนเผ่าที่สืบทอดต่อเนื่องควบคู่
กันมากับชาวสิงหล คือ กลุ่มชาวทมิฬ ซึ่งได้รับการ
กล่าวถึงในคัมภีร์มหาวงศ์เช่นกัน ชนเผ่านี้มีกำเนิดมา
จากพวกมิลักขะ (Dravidian) ซึ่งมีศูนย์กลางเมืองอยู่
ทางตอนใต้ของอินเดีย ก็ได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากอยู่ใน
ศรีลังกาเป็นเวลายาวนานกว่า ๒,๐๐๐ ปีแล้วเช่นเดียวกัน
แม้ว่าเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ปัญหาเชื้อชาติใน
ศรีลังการะหว่างชาวสิงหล กับชาวทมิฬ ได้ต่อสู้ขับเคี่ยว
กัน ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาเป็นเวลายาวนานกว่า
๒,๐๐๐
ปีนับตั้งแต่เริ่มตั้งชาติแล้ว จนหลายคนเรียกว่า
ทั้งสองเป็น ศัตรูโดยธรรมชาติ แต่ในบางครั้งทั้งสองก็
สามารถอยู่กันได้ด้วยสันติ เช่นเมื่อครั้งระหว่างตกเป็น
เมืองขึ้น และสองสามปีหลังประกาศเอกราชใหม่ๆ
เหตุการณ์อันเป็นชนวนความขัดแย้ง บางครั้งไม่ใช่เรื่อง
คอขาดบาดตาย เช่นเมื่อครั้งที่รัฐบาลประกาศให้ใช้
ภาษาสิงหล เป็นภาษาประจำชาติเพียงภาษาเดียว ก็
สามารถทําให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดรุนแรงตามมาอีก
หลายสิบปี มีการฆ่ากันตาย วางระเบิด จนกระทั่งถึง
กัลยาณมิตร ๕๗) มีนาคม ๒๕๕๒