ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหล่านั้นตั้งแต่อดีตมาถึงทำเป็นรูปร่างที่มีองค์อุรังคธาตุ เจดีย์ดูงดงามนักหนา งามสมนามที่ว่าเป็นมหาพุทธเจดีย์
และมียอดแหลม (คล้ายรูปร่างของเจดีย์ทรงระฆัง ต่าง
กันที่ส่วนของอุรังคธาตุบ้างเพียงเล็กน้อย) แม้กระทั่งใน
สมัยของพระเจ้ากนิษกะก็เช่นกัน ในขณะที่ในยุคนั้น
เจดีย์องค์ใหญ่ยังคงนิยมรูปร่างที่เป็นทรงกลม (ทรงฟองน้ำ
หรือบาตรคว่ำ) หรือค่อนไปทางทรงกลมอยู่ ซึ่งความไม่
ชัดเจนตรงนี้ยังคงมีอยู่จางๆ ยังไม่กระจ่างใจเหมือน
ความเข้าใจในทฤษฎีของปรัชญาเจดีย์ที่ศึกษามา
๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
จนกระทั่งมาถึงวาระวันมาฆบูชา
ที่ผ่านมา ความเข้าใจตรงนี้จึงเดินทางสู่ความกระจ่างสมใจ
เพราะ “มหาธรรมกายเจดีย์” ในคืนนั้นงามเรืองรองเป็น
ทองสุกทั้งองค์ ประหนึ่งพระเจดีย์ลอยชลอนิ่งอยู่กลาง
อากาศ ปวงชนแม้มีจำนวนมหาศาลกลับไม่อาจชุลมุน
หรือบังตากันได้ ทุกมุมให้ความสง่าเต็มตาเท่ากัน
เหมือนกัน จำนวนองค์พระมหาศาลซึ่ง ณ ปัจจุบันจะยัง
ติดตั้งไม่ครบ แต่ส่วนบนโดมที่สมบูรณ์แล้วนั้น แม้จะอยู่
ไกลจนมองเห็นไม่ชัด แต่ความเป็นองค์พระธรรมกายยัง
สามารถเปล่งกระแสแห่งความมีจิตวิญญาณ มีชีวิตชีวา
เป็นประกายวับแวมให้ปวงชนสัมผัสได้ เป็นความ
เป็นเช่นไร...ท่านผู้อ่านคงใคร่จะเข้าใจตรงนี้ ยิ่งใหญ่ที่ทอเปล่งพลังแห่งความสงบ บริสุทธิ์ อันปฏิเสธ
เหมือนกัน ด้วยทุกบ้านที่มีพระบรมสารีริกธาตุ หรือ มิได้
พระบรมธาตุย่อมเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในเจดีย์ทรง
ระฆังองค์เล็กๆ ทำด้วยไม้จันทน์หอมบ้าง แก้วใสบ้าง
ผลแห่งความงดงามนั้นคือ กระแสความสงบ
อันศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกลิขิตลงแล้วตรงกลางใจ เป็นความทรง
ย้อนกลับมาที่คืนวันมาฆบูชา วันที่ธรรมกาย จำที่ไม่มีวันลบเลือน เป็นความงามที่เหมือนกับความ
“มหาธรรมกายเจดีย์" ในคืนนั้นงามเรื่องรองเป็นทองสุกทั้งองค์ ประหนึ่งพระเจดีย์ลอยชลอนิ่งอยู่
กลางอากาศ ปวงชนแม้มีจำนวนมหาศาลกลับไม่อาจชุลมุน หรือบังตากันได้ ทุกมุมให้ความสง่า
เต็มตาเท่ากัน เหมือนกัน
สว่างภายใน ความสว่างของดวงสว่างของใจที่เกิดจาก
การปฏิบัติธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ใครก็ตามที่ยังเป็นผู้เริ่ม
ปฏิบัติธรรม ผู้ที่ยังทำได้ไม่ค่อยดี จะจำภาพอัน
เปล่งปลั่งของโดมทองสว่างใสนั้นได้ราวกับถูกประทับไว้
กลางใจ นุ่มแน่นนวลละอองเป็นทองมีชีวิต
นี่แหละ คือสิ่งที่ระลึกได้กระจ่างแก่ใจตนใน
เรื่องรูปร่างที่ต่างกันของเจดีย์ ระหว่างเจดีย์องค์น้อย
สำหรับเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ กับเจดีย์องค์ใหญ่
ที่อโศกมหาราชดำริสร้างไว้เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา
คำว่า “เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา” ประจักษ์
แก่ตนเอง เพราะรูปร่างทรงโดม หรือทรงฟองน้ำ ( Bub-
ble Form) หรือทรงโอคว่ำบาตรคว่ำ นั้นล้วนเป็นทรง
กัลยาณมิตร ๗๒
เมษายน ๒๕๕๒