ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหงื่อท่วมตัวไปหมด ถึงตอนนั้นพวกเราต่างก็คิดอยาก
หาที่หลบแดดแล้ว
ชายคนที่ ๔ กล่าวสรุปว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ถ้าหากไม่มีพระอาทิตย์แล้วละก็ น่ากลัวมนุษยชาติคงไม่
สามารถดารงอยู่ได้อีกต่อไป
ชายตาบอดคนนั้นได้ฟังคำพูดเหล่านี้แล้ว รู้สึก
น่าสนใจมาก จึงเดินไปหยุดตรงหน้าคนกลุ่มนั้น ถาม
อย่างสุภาพอ่อนน้อมว่า “ขอเรียนถามทุกท่าน
พระอาทิตย์จริงๆ แล้วมีลักษณะอย่างไร”
ชายกลุ่มนั้นถูกถามจนนิ่งงันไป
ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เงียบไปสัก
ครู่หนึ่ง ชายคนหนึ่งก็บอกไปว่า
“พระอาทิตย์เป็นของที่มี
ลักษณะกลมๆ เหมือนถาด
ทองแดงที่ส่องแสงออก
จากตัว"
แต่ทว่าอะไรเรียกว่า
“กลม” อะไรคือการ
“ส่องแสง” อะไรเรียกว่า
“ถาดทองแดง” ชายตา
บอดคนนั้นล้วนไม่รู้จัก
ชายคนนั้นไม่รู้จะทำ
อย่างไรดี ได้แต่เคาะถาด
ทองแดงในมือตัวเอง
พลางบอก “ก็คือ
ของอันนี้แหละ
พอดีกับเป็นเวลาพระเคาะระฆัง พอเขาได้ยินเสียงระฆัง
ก็รู้สึกคล้ายกับเสียงเคาะถาดทองแดงที่ตนได้ยินเมื่อวาน
เขาดีใจมาก ร้องตะโกนเสียงดังว่า “ทุกคนฟัง นี่ก็คือ
เสียงของพระอาทิตย์"
ท่านสาธุชนทั้งหลาย ผู้คนในโลกต่างก็ทำความ
เข้าใจสิ่งต่างๆ โดยอาศัยการเปรียบเทียบกับ
ประสบการณ์เดิมของตน หากสิ่งใดเป็นสิ่งที่พ้นเกินกว่า
ประสาทสัมผัสของมนุษย์ทั่วไปจะรับรู้ได้ มนุษย์ย่อมไม่
เข้าใจสิ่งนั้น เพราะเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึง
ทรงอธิบายลักษณะของพระนิพพานด้วยการปฏิเสธ ว่า
ไม่ใช่พระอาทิตย์ พระจันทร์ หรือสิ่งใดๆ ที่มนุษย์ในโลก
รู้จัก แต่ทรงรับรองว่าอายตนะนั้นมีอยู่ แต่ทว่าคนบาง
คนก็ยังพยายามดันเดาเอาอย่างน่าขัน บ้างก็ถึงกับ
ปฏิเสธการมีอยู่ทั้งพระนิพพาน นรก สวรรค์ บุญ บาป
กฎแห่งกรรมทีเดียวเพราะถือว่าตัวไม่เห็น พวกเราทุก
คนอย่าเป็นอย่างนั้นนะ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติธรรมให้เข้าถึง
ธรรมกาย สามารถไปรู้ไปเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวของเราเอง
ด้วยญาณทัศนะของธรรมกาย และเราจะได้รู้ว่า เราเกิด
มาจากไหน เกิดมาทำไม มีหน้าที่อะไร คุณค่าและ
ความหมายที่แท้จริงของมนุษย์คืออะไร ตายแล้วเราจะ
ไปไหน ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่ทำให้เราเป็นบุคคลที่ตื่น
แล้ว พร้อมจะก้าวเดินไปสู่ความสุขความสำเร็จที่นิรันดร์
แกเข้าใจหรือ
ยัง”
ชายตาบอดพยักหน้างักงัก แสดงท่าว่าเข้าใจแล้ว
วันถัดมา ชายตาบอดคนนั้นเดินผ่านหน้าวัด
ผู้คนในโลกต่างก็ทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยการเปรียบเทียบกับประสบการณ์เดิมของตน
หากสิ่งใดเป็นสิ่งที่พ้นเกินกว่าประสาทสัมผัสของมนุษย์ทั่วไปจะรับรู้ได้มนุษย์ย่อมไม่เข้าใจสิ่งนั้น
กัลยาณมิตร ๘๕ เมษายน ๒๕๔