ข้อความต้นฉบับในหน้า
บ่อเกิดแห่งความสุข แต่ทางพระถือว่าเป็นธรรมที่เลว
เป็นเรื่องของชาวบ้านที่เป็นปุถุชน ไม่เป็นประโยชน์มีแต่
จะก่อทุกข์ก่อโทษให้ร่ำไป ผู้หมกมุ่นอยู่ย่อมต้องผจญ
ทุกข์ผจญเวรต่อไป ไม่หมกมุ่นอยู่ก็พ้นทุกข์ได้
๒. ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท หมายความว่า ไม่
จึงมีชีวิตอยู่อย่างคนขาดสติ เล่นเล่อเผลอตัวเผลอใจ
ฟังอยู่ด้วยมีสติ ควบคุมรักษาสติ ผู้อยู่อย่างคนขาดสติ
ก็มักจะทำอะไรโดยไม่ตริตรองให้รอบคอบ ขาดการ
พิจารณา จึงผิดและพลาดร่ำไป ส่วนผู้มีสติย่อมไม่เผลอ
ไม่ผิดไม่พลาด เมื่ออยู่ด้วยความประมาทย่อมพลาด
โอกาสที่จะทำความดีและสร้างบารมีแก่ตนไปอย่างน่า
เสียดาย
๓. ไม่พึงเสพมิจฉาทิฐิ หมายความว่า ไม่พึงยึดถือ
ความเห็นที่ผิดไปจากทำนองคลองธรรม ไม่พึงอยู่อย่าง
คนโง่เขลางมงาย แต่พึ่งอยู่อย่างคนมีปัญญา มีวิจารณญาณ
พิจารณาถ่องแท้เสียก่อนที่จะเชื่ออะไร ผู้มีปัญญาย่อมจะ
ไม่ปฏิเสธหรือยอมรับอะไรง่ายๆ ก่อนที่จะพิจารณาให้
ถ่องแท้ก่อน
๔. ไม่พึงเป็นคนรกโลก หมายความว่า ไม่พึง
ประพฤติตัวเป็นคนหมกมุ่นอยู่ในกาม
โลกีย์ เป็นคนประมาท เป็นคนมี
มิจฉาทิฐิ ท่านว่าคนที่ประพฤติเช่น
นั้นเป็นคนรกโลก คือเกิดมาเพียงเพื่อ
เพิ่มประชากรโลกเท่านั้น แต่ไม่ได้
สร้างสรรค์โลกให้เจริญอะไร เพราะ
ว่าอย่าทำก็ยิ่งอยากจะทำ ก็มีแต่คนที่มีสติมีปัญญาเป็น
คนฉลาดเท่านั้น ที่สามารถยกตนให้พ้นจากความ
ตะแบงนั้นได้ เขาจึงได้รับผลเป็นความสุขสงบเป็นส่วนตัว
สบายไปทั้งชาติ เมื่อยังตะแบงอยู่ก็มีทุกข์และวุ่นวายต่อไป
เกิดมาเป็นคนทั้งที ยังยึดหลักอะไรไม่ได้
ปล่อยตัวปล่อยใจตามกระแสโลกเกินไป ปล่อยวันเวลา
ให้ล่วงเลยด้วยการหาความสุขไปวันๆ หรือจมปลักอยู่
กับความคิดความเห็นของตัวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่
ยอมรับรู้รับฟังอะไรทั้งสิ้น ก็ดูเหมือนว่าจะเสียทีที่เกิดมา
เป็นมนุษย์กะเขา บุคคลเช่นนี้ท่านเรียกว่าเป็นคน
หลักลอยในโลก
คนรกโลกส่วนใหญ่จะเป็นคนเห็นแก่ตัว
เห็นแก่ได้ ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับความ
คิดของตัวเท่านั้น
แต่วิสัยมนุษย์มักชอบตะแบง
อยู่เรื่อย ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งบอก
แต่วิสัยมนุษย์มักชอบตะแบงอยู่เรื่อย ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งบอกว่าอย่าทำก็ยิ่งอยากจะทำ ก็
มีแต่คนที่มีสติมีปัญญาเป็นคนฉลาดเท่านั้น ที่สามารถยกตนให้พ้นจากความตะแบงนั้นได้ เขา
จึงได้รับผลเป็นความสุขสงบเป็นส่วนตัว สบายไปทั้งชาติ
กัลยาณมิตร ๘๙ เมษายน ๒๕๔๒