ข้อความต้นฉบับในหน้า
ก่อน ไอเดียแปลกดีครับ นำรูปผู้ชายที่ยืนอยู่หน้า
ห้องน้ำทั่วไป มาดัดแปลงโดยให้ยืนไขว้ขาเหมือนเลข ๔
เป็นอันรู้กันว่า “การเดี่ยวไมโครโฟนของนายโน้ต ครั้งที่
๔ นี้เป็นการปลดทุกข์ให้ผู้ชมภายในห้องสี่เหลี่ยม (คงเดา
ได้ว่าห้องอะไร)” และเมื่อผู้ชมเดินผ่านประตูเข้าชมก็ต้อง
ยิ้มในไอเดียการจัดเวที ประมาณว่า นายโน๊ตยืนพูดอยู่
บนโถนั่งแบบชักโครกขนาดใหญ่ เข้าท่าดีครับ มีเสียงกดน้ำ
เหมือนตอนเสร็จธุระใหม่ ๆ ผิดอยู่ตรงกลิ่นที่ไม่ได้โชย
ๆ
มาสร้างความสมจริง แต่ที่ไม่มีก็ดีแล้วครับ ไม่งั้นคง
มุขต่อไปไม่ออกแน่ๆ เลยแฮะ
ที่มาของค่ากิ๊บเก๋ที่บรรดาผู้รักความครื้นเครง
คงอยากจะทราบประวัติความเป็นมา เช่น “Up to you
คำว่า “ขอบอก” หรือคำอุทานที่ว่า “ว้าย ! ....นี่หรือ
เมืองพุทธ" หรือแม้กระทั่งความประทับใจในมุขของวิทยา
ต้องเรียกเต็มยศว่า “อุดม แต้พานิช” สงสัยจะกลัวชื่อซ้ำ
มังครับ
พูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่อุดม แต้พานิช เขาเลือก
มาเล่าได้อย่างมีศิลปะนั้น ขอบอกว่าเป็นจอมไอเดียจริงๆ
ไปพบเจอเรื่องธรรมดาๆ อย่างคนขายของ เขาก็เก็บมา
เล่าได้เข้าท่าเข้าทางทีเดียว ถ้าหากมีโอกาส อย่าลืมชม
วิธีการขายของแบบฉบับ วิทวัส สุนทรวิเนตร์ รูปแบบ
ของพิธีกรรายการตีสิบ ทางช่อง ๓ หรือแบบอาจารย์
เฉลิมชัย ขวัญใจคนเดิมของอุดม ที่ว่าอย่างนั้น เพราะ
จำได้ว่ามุขนี้จะคล้ายกับเดี่ยวที่ผ่านมา แต่ขอบอกว่า
มุขไม่ซ้ำเดิมนะครับ เป็นมุขใหม่แต่จะเป็นอย่างไร ไม่
เล่าหรอกครับประเดี๋ยว....จืด
การที่นายโน๊ตรู้จักนำเรื่องราวที่เรียกว่า
เป็นความทุกข์มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นความ
เพื่อนของอุดมก็แซะรอยยิ้มได้อย่างครื้นเครงเหมือนกัน สนุกสนาน เพื่อการดำเนินชีวิตของตนและสังคม
ยกตัวอย่างตอนที่วิทยาไปร่วมขบวนแห่ขันหมากของ
แถมพกด้วยการให้ข้อคิดเป็นอรรถเป็นธรรม ต้องถือว่า
เจ้าบ่าว ในฐานะเพื่อนก็ต้องสร้างความครึกครื้นด้วย เป็นผู้เริ่มจะเห็น อริยสัจ อันเป็นแม่บทของพระพุทธ
การร่ายรำร้องเพลงกันให้ครบสูตร
อุดมร้องนำ: ใครมีมะกรูด....ขณะรอลูกคู่ต่อเพลง
คงเคยฟังนะครับ ที่มักต่อเพลงว่า... มาแลกมะนาว ใคร
มีลูกสาวมาแลกลูกเขย ทำนองนั้น แต่อุดมต้องอึ้งกับผู้
ปล่อยมุขชื่อวิทยา ท่าทางที่ใสซื่อและพูดช้าๆ วิทยาไม่
ได้ตอบว่า มาแลกมะนาว แต่เขากลับทำท่าซีเรียสส่งให้
โน้ตว่า “อุดม แต้พานิช เราไม่ได้เอามะกรูดมา.....เราไม่รู้
ว่าต้องเอามา” (ฮา) ถ้าตาตั้มถ่ายทอดไม่ขำ ขออภัยด้วย
นะครับ อุดม แต้พานิช อ้อ! ลืมบอกไปว่าวิทยามี
ลักษณะแปลก ไม่เรียกอุดมว่าโน้ตหรืออุดม เฉยๆ แต่
some very strange people that work for
stand up comedy 41
ศาสนาทีเดียวนะครับ คงจะนึกออกขึ้นมาบ้างแล้วล่ะซิครับ
ใช่...เลย นั่นคือ อริยสัจ ๔ โดยความหมายของ อริยสัจ
นั้นสามารถแปลได้หลายความครับ คือหมายถึงความ
จริงอันประเสริฐ หรือคือความจริงอันทำให้บุคคลผู้เห็น
เป็นผู้ประเสริฐก็ได้ อริยสัจ ๔ เป็นความจริงที่อยู่คู่โลก
มานาน แต่ไม่มีใครเห็น จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าตรัสรู้ คือทั้งรู้ทั้งเห็น แล้วพระองค์ก็ทรงชี้ให้เราเห็น
ก็คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ไหนๆ ก็ยกเรื่องความ
ทุกข์ของอุดม มาเป็นหัวข้อธรรมแล้ว เรามาศึกษากัน
ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของชีวิตเลยเป็นไร เอาให้รู้กันไปเลย
ส่วนหนึ่งของภาพที่อยู่ในเอกสารแนะนำทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ เป็นภาพ
ลายเส้นการ์ตูนล้อเลียนใบหน้าทีมงานทุกคน
กัลยาณมิตร ๑๑๔ เมษายน ๒๕๔๒
ว่า ที่เราทุกข์กันอยู่ทุกวันนี้นะ
มันเป็นอย่างไร
ในเมื่อความไม่สบายกายไม่
สบายใจ รวมเรียกว่าเป็น “ความ
ทุกข์” แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็
ทรงพบความจริงที่ว่า สรรพสัตว์
ทั้งหลายล้วนตกอยู่ในความทุกข์