ข้อความต้นฉบับในหน้า
กิเลสในใจคน
ถาม : ชาวพุทธมักได้ยินเสมอ ๆ ว่า ในใจคนนั้นมีความ
เลวร้ายอยู่อย่างหนึ่งที่เรียกว่ากิเลส ขอความเมตตา
หลวงพ่อช่วยอธิบายขยายความให้ด้วยนะครับ
ตอบ : กิเลสมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเภทคือ
๑. ความโลภ คิดอยากจะได้ของคนอื่น
๒. ความโกรธ คิดจะทำร้าย
๓. ความหลง หรือความโง่ที่มีอยู่ในตัว
ทั้งสามสิ่งนี้เราเคยได้ยินกันมาแล้วทั้งนั้น
ถ้าถามว่าความโลภมันเลวอย่างไรแล้ว เรามักจะ
บอกว่าเพราะโลภแล้วมันทำให้ไปโกงเขา ไปอยากได้
ของคนอื่น
ความโกรธ เวลาโกรธอะไรแล้วก็อยากจะทำร้าย
ทำลายสิ่งนั้น อยากจะต่อย จะดีก็เลยเป็นความไม่ดี
ความหลง ทำให้เราไปอิจฉาเขาบ้าง ไปคิดใน
เรื่องร้ายๆ เรื่องที่ไม่ควรคิดบ้าง คิดโง่ๆ บ้าง ความ
หลงนี่ก็เหมือนกัน มันพาให้ใจของเราหลุดออกจากตัว
โดยสรุป พระพุทธศาสนาก็พยายามที่จะสอนให้
เราเก็บใจเอาไว้ในตัวเรา เมื่อเก็บใจเอาไว้ในตัว ใจก็จะ
สว่าง ถ้าปล่อยใจออกไปนอกตัว จะเพราะความโลภ
ความโกรธ ความหลงก็ตาม ใจมืดทั้งนั้นเลย
O
ไม่สามารถแบ่งได้
ถาม : ที่หลวงพ่ออธิบายว่า ไม่ว่าบุคคลใด บุคคลไหน
ก็ตาม เวลาใจหยุดนิ่ง อยู่ภายใน ก็จะมีความสว่างเกิดขึ้น
ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่สามารถที่จะแบ่งออกได้ว่านี่คือชาวพุทธ
นี่คือชาวคริสต์ นี่คือชาวคาทอลิก ถ้าเกิดลักษณะอย่างนี้
จะทำอย่างไรคะ
ตอบ : มันเป็นธรรมชาติของใจว่ามันเป็นอย่างนั้น
หลวงพ่อจะขอยกตัวอย่างให้ดู ไม่ว่าจะเป็นพุทธ เป็นคริสต์
เป็นอิสลาม เราเห็นดวงจันทร์ดวงเดียวกัน เพราะว่า
ดวงจันทร์เป็นของกลาง ดวงอาทิตย์ก็ดวงเดียวกัน
เพราะดวงอาทิตย์เป็นของกลาง นรกของพุทธ ของคริสต์
ของอิสลามก็อันเดียวกัน สวรรค์ของพุทธ ของคริสต์
ของอิสลามก็อันเดียวกัน เพียงแต่ว่าคนส่วนมากไม่เคย
เห็นแล้วไปฟังต่อ ๆ กันมา ในที่สุดก็ไม่ตรงตามความ
เป็นจริง นี้คืออันตราย
มันเป็นโชคดีของชาวพุทธตรงที่ว่า พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงสอนวิธีที่จะทำให้ใจสว่างเอาไว้ชัดเจน
ซึ่งในคำสอนอย่างนี้ไม่มีในศาสนาอื่นเลย เพราะฉะนั้นที่
บอกว่าไม่ว่าคริสต์ ไม่ว่าอิสลาม เมื่อลงมือฝึกสมาธิแล้ว
จะได้ผลอันเดียวกัน เพราะธรรมชาติของใจมนุษย์ทุกคน
เป็นอย่างนั้น คือ เมื่อหยุดนิ่งอยู่ภายใน ก็จะมีความ
สว่างเกิดขึ้น
พระพุทธศาสนาก็พยายามที่จะสอนให้เราเก็บใจเอาไว้ในตัวเรา เมื่อเก็บใจเอาไว้ในตัว ใจก็
จะสว่าง ถ้าปล่อยใจออกไปนอกตัว จะเพราะความโลภ ความโกรธ ความหลงก็ตาม ใจมืด
ทงนนเลย
กัลยาณมิตร ๘๒ เมษายน ๒๕๔๒