ข้อความต้นฉบับในหน้า
สอนตรงไหนผิด นับเวลาเป็นพันปีแล้วที่พระพุทธ
ศาสนาฝ่ายเถรวาทหรือหินยาน กับพระพุทธศาสนาฝ่าย
มหายาน พูดง่ายๆ พระพุทธศาสนาในไทยหรือในจีน จริงๆ
แล้วก็ลูกพ่อเดียวกัน แต่ห่างเหินกันมานาน แม้
พระพุทธศาสนาในประเทศจีนเองก็ยังแบ่งเป็นมหายาน
แบ่งเป็นธิเบต ซึ่งความจริงก็เป็นคำสอนเดียวกัน มันจะ
ต้องตรงกัน แต่เพราะผสมไปกับวัฒนธรรมพื้นเมือง จึง
ก่อให้เกิดความแตกต่างกัน เนื่องจากเราเคยฝึกสมาธิมา
ด้วยกันทั้งนั้น เราลองมาสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิด
ขึ้นในตัวของเราระหว่างที่ฝึกสมาธิดู เวลาเราทำสมาธิ
ซึ่งก็แล้วแต่ความถนัด เพราะว่าวิธีฝึกสมาธิที่ปรากฏอยู่
ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา โดยทั่วไปก็มีวิธีหลักๆ อยู่ ๔๐
วิธี ถ้าดูเผินๆ จะรู้สึกว่าแตกต่างกันมาก เช่น บางวิธีก็
กำหนดลมหายใจ บางวิธีก็กำหนดซากศพ บางวิธีก
กำหนดกสิณ กสิณก็คือ การนึกถึงวงกลม วงกลมไฟ
Chime minister han
หรือวิธีแผ่เมตตา วิธีเหล่านี้ดูแล้วเหมือนคนละเรื่องไม่
เกี่ยวกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นอันเดียวกัน
เมื่อหลวงพ่อฝึกสมาธิใหม่ๆ อายุประมาณ ๑๕ ปี
ก็มองไม่ออกว่ามันแตกต่างกัน หรือมันเหมือนกันอย่างไร
ก้มหน้าก้มตาฝึกไป ณ วันนี้หลวงพ่อกล้ายืนยันว่ามัน
เหมือนกัน ส่วนจะเหมือนกันอย่างไรนั้น เรามาดูกัน
หลวงพ่อจะเริ่มที่การกำหนดลมหายใจก่อน
เพราะว่าในประเทศจีนการกำหนดลมหายใจเป็นที่นิยม
กันมากเลย เมื่อคนเราเริ่มฝึกกำหนดลมหายใจ
ธรรมดาแล้วลักษณะสำคัญของใจ มีอยู่ ๒ ประการคือ
๑. ชอบเที่ยว
๒. ชอบคิด
ยกตัวอย่างขณะนี้ตัวเองนั่งอยู่ที่วัดพระธรรมกาย
ใจอาจจะกลับประเทศจีนไปแล้ว หรือตัวเองนั่งอยู่ที่วัด
พระธรรมกาย แต่ใจคิดสารพัดเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย
ยิ่งเที่ยว ยิ่งคิดมากเท่าไร ก็ต้องยิ่งใช้พลังงานมากเท่านั้น
ทีนี้เมื่อใจชอบเที่ยว ใจชอบคิดไปอย่างนี้ ในการ
ฝึกสมาธิตั้งแต่โบราณในพระพุทธศาสนา จึงสอนให้
กําหนดลมหายใจเข้าออกคือ ลมหายใจเข้าก็รู้ว่าเข้า
หายใจออกก็รู้ว่าออก เมื่อฝึกอย่างนี้จนชำนาญเข้าก็
กลายเป็นว่า เมื่อก่อนนี้ใจเที่ยวแล้วไม่ค่อยกลับ เดี๋ยวนี้
ใจเริ่มกลับเข้ามาอยู่ในตัวบ้าง พอฝึกมากเข้า เมื่อก่อน
ไปแล้วไม่กลับ ต่อมามีไปมีกลับ จากนั้นไปและกลับเท่า
กัน แล้วต่อมาใจที่มันจะกลับมันมักจะอยู่กับตัว พอมา
ถึงจุดนี้ร่างกายของเราจะใช้พลังงานน้อยเหลือเกิน
ถ้าเปรียบเป็นรถยนต์หรือเครื่องยนต์ก็เป็น
เครื่องยนต์ใหม่ๆ ที่มันเผาไหม้เชื้อเพลิงดีๆ มันไม่มีเขม่า
จะมีกำลังวิ่งดี แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่ใช้มานานแล้ว ใช้
กำลังมาก ควันก็มาก วิ่งไม่ดี
จากการฝึกจนกระทั่งใจ อยู่ในตัวมากกว่าเที่ยว
ต่อมาคือฝึกแผ่เมตตา อยากจะให้ทุกคนในโลกเป็นสุข ทีแรกก็อยากจะให้คนในครอบครัวของ
เราเป็นสุข หนักเข้าก็อยากจะให้พรรคพวกเพื่อนฝูงที่เรารู้จักเป็นสุข พอนึกอยากจะให้คนทั้ง
โลกเป็นสุขนี้ใจมันไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ในที่สุดมันก็กลับมาอยู่ในตัว
กัลยาณมิตร ๘๐ เมษายน ๒๕๕๔