ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประมาณพระองค์มิได้........
ตรัสไว้อีกว่า “เธอมิต้องสงสัย แม้ปริยัติธรรม
จะลึกซึ้ง ยากแก่การเข้าใจ แต่ภายหน้าในธรรมกาลยุค
สุดท้าย คือหลังจากตถาคตเข้าสู่นิพพานแล้ว ๒๕๐๐ ปี
ระหว่างนั้นจะมีผู้ถือศีล บำเพ็ญกุศล เกิดขึ้นมากมาย
เมื่อนั้นแหละที่สัทธรรมจะได้เจิดจรัส โปรดสัตว์ทั่วไปอีก
ครั้ง ผู้บำเพ็ญกุศลทั้งหลาย จะบังเกิดศรัทธาอันแท้จริง
มิใช่เหตุปัจจัยอันบังเอิญ แต่ด้วยกุศลมูลอันปลูกฝังมา
ช้านาน ซึ่งมิใช่เพียง ๑-๒-๓-๔-๕ ชาติ แต่ด้วยปลูกฝัง
กุศลมูลมากมาย นับพันชาติหมื่นชาติ อันประมาณมิได้
มาแล้ว"
ดังนั้น เมื่อได้สดับสัทธรรม จึงไม่บังเกิดความ
ลังเลสงสัย ไม่สับสน บำเพ็ญทานโดยไม่ยึดถือ และ
โปรดสัตว์ทั่วไป สุภูติ วันนี้ตถาคตเห็นแล้วด้วยจักษุทั้ง ๕
(มังสะ ทิพยะ ปัญญา ธรรมะ และพุทธจักษุ)
ในคำสอนมหายาน คัมภีร์ ต้าจี้เอวี้ย ย่อพุทธ
พยากรณ์ไว้ว่า
๑. วิมุติมั่นคง ได้แก่ ๕๐๐ ปีแรกหลังพุทธกาล ผู้คนมี
กุศลมูลสูง บรรลุแจ้งด้วยปัญญาปรมัตถ์ (พ.ศ. ๑ - ๕๐๐)
๒. ฌานมั่นคง (พ.ศ. ๕๐๐ - ๑๐๐๐) กุศลมูลของผู้คน
ลดลง จึงฝึกสมาธิ - วิปัสสนากันมาก
๓. สวนะมั่นคง กุศลมูลผู้คนแย่กว่าเดิม คนจะคงสนใจ
เดง
เรื่องเหตุผล ฟังธรรม (สวนะ) กันมาก (พ.ศ. ๑๐๐๐
๑๕๐๐)
๔. วัดวาอารามมั่นคง (พ.ศ. ๑๕๐๐ - ๒๐๐๐) คนไม่สน
ใจแม้แต่การฟังธรรม คนมาบวชเองก็ไม่สนใจ เอาแต่
เรื่องก่อสร้างสิ่งต่างๆ
๕. ขัดแย้งมั่นคง
งมั่นคง (พ.ศ. ๒๐๐๐ - ๒๕๐๐) ช่วงนี้พุทธ
ศาสนาเสื่อมมาก ต่างละทิ้งไตรสิกขา ขัดแย้งชิงดี
ประพฤติผิดหลักธรรมกันมาก
ครั้งหนึ่งพระอานนท์ฝันเห็นสิงโตใหญ่ตัวหนึ่ง
ล้มตายลงเอง และพลันเกิดหนอนชอนไชไปทั่ว พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสพยากรณ์ว่า “วันหน้า พระพุทธศาสนา
จะถูกทำลายลง จากบุคคลภายใน"
๕๐๐ ปีภายหลัง พ.ศ. ๒๕๐๐ ทรงกล่าวว่า
พระสัทธรรมจะสว่างรุ่งโรจน์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มนุษยชาติ
ยุคนั้นส่วนหนึ่งท่วมท้นด้วยกรรมชั่ว ภัยพิบัติอยู่ใกล้แค่
นัยน์ตา ทางรอดสำหรับสาธุชนคนดีมีอยู่ทางเดียวคือ
อยู่ในวิถีธรรม และจะกำราบคนหลงก็มีอย่างเดียวคือ
ภัยพิบัติ บัดนี้ อนุตตรธรรมได้โปรดชูช่วยมนุษยโลก
พระพุทธโพธิสัตว์ทั้งหลาย จุติลงด้วยพระปณิธานในกาล
นี้ “ผู้ถือศีล บำเพ็ญกุศล” หมายถึงผู้บวชจิตทั่วไปใน
ครัวเรือน (พระธัมมาจารย์ฮุยเหนิง สังฆนายกองค์ที่ 5
กล่าวไว้ในคัมภีร์ ธรรมรัตนมณฑลสูตรว่า ใครเลยจะรู้ได้
ในตัวคนสามัญชนทั่วไป มีธรรมกายเป็นใหญ่ในท่ามกลาง)
คนเหล่านี้บำเพ็ญตนเป็นคนเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เคารพพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เจริญรอยตามปราชญ์
อริยะ สำรวมรักษาระเบียบแบบแผนอันดีงามตามพิธีการ
เคารพครูบาอาจารย์ ยึดถือวิถีธรรมเป็นสรณะ ทุกคน
หวังเพียงอยู่อย่างผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ มีความประพฤติ
เรียบร้อย ผู้บำเพ็ญธรรมเหล่านี้ รู้สัทธรรมหนทางตรง
รู้เคารพกฎหมายบ้านเมือง บางท่านทำทุกอย่างที่เป็น
เธอมิต้องสงสัย แม้ปริยัติธรรมจะลึกซึ้ง ยากแก่การเข้าใจ แต่ภายหน้าในธรรมกาลยุคสุดท้าย
คือหลังจากตถาคตเข้าสู่นิพพานแล้ว ๒๕๐๐ ปี ระหว่างนั้นจะมีผู้ถือศีล บำเพ็ญกุศล เกิดขึ้น
มากมายเมื่อนั้นแหละที่สัทธรรมจะได้เจิดจรัส โปรดสัตว์ทั่วไปอีกครั้ง
กัลยาณมิตร ๙๒ เมษายน ๒๕๕