การศึกษาของเยาวชนในวัด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 9 หน้า 41
หน้าที่ 41 / 134

สรุปเนื้อหา

ศึกษามากขึ้นทุกที และนั่นก็หมายถึงความห่างไกลจากการที่จะได้รับการปลูกฝังศีลธรรมลงในจิตใจด้วย และที่สำคัญ เยาวชนก็จะยิ่งห่างไกลจากวัด จากพระภิกษุที่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต ปัญหาสังคมอีกมากมายที่จะตามมาอย่างที่ ไม่ต้องจินตนาการ เรียกได้ว่าสามารถรับรู้ถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยาก ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาดังกล่าวนี้เอง โรงเรียนปริยัติสามัญจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อรับ ภาระการอบรมสั่งสอนให้การศึกษาแก่กุลบุตรผู้ขาดแคลน โดยให้เข้ามาบวชเป็นสามเณร ให้การศึกษาทั้งนักธรรม บาลี และสายสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กชายที่มีอายุระหว่าง ๑๓ - ๑๘ ปี ที่เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ คือ ประถมปีที่ 5 แล้ว หากทางครอบครัวไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อในชั้นมัธยมได้ ก็ยังมีโ

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาของเยาวชนในวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ศึกษามากขึ้นทุกที และนั่นก็หมายถึงความห่างไกลจากการที่จะได้รับการปลูกฝังศีลธรรมลงในจิตใจด้วย และที่สำคัญ เยาวชนก็จะยิ่งห่างไกลจากวัด จากพระภิกษุที่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต ปัญหาสังคมอีกมากมายที่จะตามมาอย่างที่ ไม่ต้องจินตนาการ เรียกได้ว่าสามารถรับรู้ถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยาก ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาดังกล่าวนี้เอง โรงเรียนปริยัติสามัญจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อรับ ภาระการอบรมสั่งสอนให้การศึกษาแก่กุลบุตรผู้ขาดแคลน โดยให้เข้ามาบวชเป็นสามเณร ให้การศึกษาทั้งนักธรรม บาลี และสายสามัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กชายที่มีอายุระหว่าง ๑๓ - ๑๘ ปี ที่เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ คือ ประถมปีที่ 5 แล้ว หากทางครอบครัวไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อในชั้นมัธยมได้ ก็ยังมีโอกาสเข้ามาบวชเป็นสามเณร และเข้าศึกษาในโรงเรียนปริยัติสามัญ เวลาบ่ายคล้อย อากาศในเขตป่าโปร่งเริ่มเย็นชื้นขึ้น จักจั่นเรไรกรีดปีกส่งเสียงบรรเลงเพลงธรรมชาติดังไปทั่วแนวป่า สามเณร ๖ - ๗ รูป ยังคงช่วยกันถากถางพงหญ้าที่รกเรื้อ ให้ดูเรียบร้อยสะอาดตา เป็นกิจกรรมที่สามเณรร่วมกันทำในยาม ที่ว่างจากการศึกษาเล่าเรียน เราได้พบกับพระมหามาโนช มานิโต ท่านเป็นผู้นำสามเณรในการพัฒนาวัด ท่านมีรูปร่างเล็กๆ ผอมบางราวกับสามเณรอายุสัก ๑๔ - ๑๕ ปี จากการพูดคุยกันทำให้ทราบว่าท่านอายุ ๒๔ ปีแล้ว ท่านบวชเรียนตั้งแต่เป็น สามเณรอายุได้เพียง ๑๓ ปีเท่านั้น ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดสุวรรณารามในชั้น ม.๑ จนจบชั้น ม.๓ และไปเรียนต่อที่วัดโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งจบชั้น ม.5 ซึ่งอยู่ในความดูแลของพระครูสุวรรณธรรมประยุตมาโดยตลอด ทั้งเรื่องปัจจัยใน การเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายเรื่องความเป็นอยู่ ปัจจุบันพระมหามาโนชเป็นพระนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ คณะครุศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สอบได้เปรียญ ธรรมประโยค ๕ เราถามท่านถึงกิจวัตรประจำวันในการครองเพศสมณะและเป็นนักศึกษาในเวลาเดียวกัน ท่านเล่าให้ฟังว่า วันจันทร์ท่านต้องเดินทางไปเรียนหนังสือที่ วิทยาเขตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่จังหวัดเลยจนถึงวันพุธ ตอนเย็น ความยากจนกับโอกาสทางการศึกษามักสวนทางกัน เสมอ ในชนบทที่ห่างไกลเยาวชนของชาติจะได้รับ การศึกษาอย่างดีที่สุดเฉพาะภาคบังคับเท่านั้น หาก ครอบครัวนั้นมีความเป็นอยู่อย่างขัดสน ความหวังที่ จะเรียนต่อมักรางเลื่อน เดินทางกลับมาที่วัดสุวรรณารามเพื่อเช้าวันพฤหัสบดีจะได้มาทำหน้าที่เป็นพระอาจารย์สอนวิชาพุทธศาสนาให้กับนักเรียน มัธยมสหศึกษาที่อยู่ใกล้วัด หลังจากนั้นก็กลับมาสอนสามเณรที่โรงเรียนปริยัติสามัญ วัดสุวรรณารามอีก ๔ ชั่วโมง ส่วนวัน ศุกร์ท่านจะสอนสามเณรที่โรงเรียนปริยัติสามัญ วัดสุวรรณาราม 5 ชั่วโมง ภาคค่ำสอนนักธรรม บาลี ให้สามเณรอีกด้วย ส่วนวันเสาร์ท่านต้องออกไปสอนวิชาพุทธศาสนาให้กับนักเรียนในโครงการการศึกษานอกโรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง จะมีก็เพียง วันอาทิตย์เท่านั้นที่เป็นวันที่ท่านจะมีเวลาเป็นส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็จะใช้เวลาส่วนตัวออกกำลังกายด้วยการนำ สามเณรพัฒนาทำความสะอาดวัด เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของพระภิกษุหนุ่มรูปนี้หมดไปกับการศึกษาทั้งการศึกษาเพื่อตนเอง และการทำหน้าครู ท่านกล่าวกับเราเมื่อเรียนถามถึงแผนการในอนาคตว่า “เมื่ออาตมาเรียนจบ อาตมาตั้งใจจะมาช่วยหลวง พ่อท่าน อาตมาจะมาเป็นครูใหญ่ จะสอนสามเณรที่โรงเรียนแห่งนี้” แววตาแห่งความหวังนั้นเจิดจ้า หากแต่มิใช่ความหวัง เพื่อตนเอง เป็นความหวังของเด็กๆ ผู้ยากไร้และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา วัดและโรงเรียนปริยัติสามัญทั่วประเทศมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการศึกษาสำหรับเยาวชนผู้ด้อยโอกาส กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๔๒ | ๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More