ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าแต่พระสุคตเจ้า หม่อมฉันเป็นมารดาของพระองค์
ข้าแต่พระธีรเจ้า พระองค์เป็นพระบิดาของหม่อมฉัน ข้าแต่
พระโลกนาถ พระองค์เป็นผู้ประทานความสุขอันเกิดจาก
พระสัทธรรมให้หม่อมฉัน ข้าแต่พระโคดม หม่อมฉันเป็นผู้
อันพระองค์ให้เกิด ข้าแต่พระสุคตเจ้า รูปกายของพระองค์นี้
อันหม่อมฉันทำให้เจริญเติบโต ธรรมกาย อันน่าเพลิดเพลิน
ของหม่อมฉัน อันพระองค์ทำให้เจริญเติบโตแล้ว หม่อมฉัน
ให้พระองค์ดูดดื่มน้ำนมอันระงับเสียได้ซึ่งความอยากชั่วครู่
แม้น้ำนม คือพระสัทธรรมอันสงบระงับล่วงส่วน พระองค์ก็
ให้หม่อมฉันดูดดื่มแล้ว ข้าแต่พระมุนี ในการผูกมัดและรักษา
พระองค์ชื่อว่า มิได้เป็นหนี้หม่อมฉัน หม่อมฉันได้ฟังมาว่า
สตรีทั้งหลายผู้ปรารถนาบุตร บวงสรวงอยู่ ก็ย่อมจะได้
บุตรเช่นนั้น (แปลเป็นไทย ฉบับมหามกุฎฯ เล่ม ๗๒ หน้า
๕๔๒)
ในคาถานั้น ข้าพเจ้าจะอธิบายความตามนัยแห่ง
พระสูตรและของครูธรรมกายทั้งหลาย เฉพาะคำที่ควร
อธิบายดังต่อไปนี้
คำว่า “เป็นมารดา” ได้แก่ เป็นมารดาในวัฏฏะ
อธิบายว่า หม่อมฉันเป็นมารดาเลี้ยงดูพระองค์ให้เจริญ
เติบโตในวัฏสงสารอันประกอบด้วยความทุกข์และความโศก
พิไรรำพันอันเหล่าสัตว์พากันเพลิดเพลินอยู่ด้วยอำนาจ
กิเลสทั้งหลาย
คำว่า “เป็นพระบิดา” ได้แก่ เป็นบิดาในวิวัฏฏะ
อธิบายว่า พระองค์เป็นบิดาของหม่อมฉันในวิวัฏฏะคือพระ
นิพพาน คือให้หม่อมฉันข้ามพ้นวัฏสงสารอันประกอบด้วย
ทุกข์ไปสู่พระนิพพานอันเป็นภูมิสถานมีความสุขโดยส่วนเดียว
แท้จริง พระอริยสาวกผู้เข้าถึงธรรม (ธรรมกาย)
ตั้งแต่โสดาบันเป็นต้นไป ย่อมทูลเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้า
โดยสนิทสนมว่า “บิดาของเรา” หรือกล่าวว่า “เราเป็นบุตร
เป็นโอรสผู้เกิดจากธรรม (ธรรมกาย)” แม้พระผู้มีภาคเจ้าก็
ตรัสเรียกพระอริยสาวกผู้เข้าถึงธรรมแล้วว่า “บุตรของเรา
ธิดาของเรา”
คำว่า "เป็นผู้อันพระองค์ให้เกิดแล้ว” อธิบายว่า
หม่อมฉันเป็นผู้อันพระองค์ให้อุบัติโดยธรรม คือ ธรรมกาย
ในโลกุตรภูมิ
คำว่า “รูปกาย” อธิบายว่า กายอันประกอบด้วย
มหาภูตรูป ๔ อันมีใจครอง มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด ของ
พระองค์นี้ อันหม่อมฉันให้เจริญเติบโตขึ้นด้วยข้าวสุกและ
ขนมสดอย่างดี มีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา
คำว่า “ของพระองค์” คือ เฉพาะของพระองค์อัน
วิจิตรดีลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ และอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ
อันเกิดมีด้วยบุญกรรมที่พระองค์สั่งสมมาดีแล้วตลอด ๔
อสงไขยแสนกัลป์
คำว่า “ธรรมกาย” ได้แก่ กายตรัสรู้ธรรมอันเป็น
โลกุตร ประกอบด้วยธรรมขันธ์อันบริสุทธิ์ล้วน มีความ
เที่ยงแท้ยั่งยืนเป็นธรรมดา เพราะเว้นจากขันธ์ ๕ มีรูป
ขันธ์เป็นต้น อันไม่บริสุทธิ์
คำว่า "น่าเพลิดเพลิน” อธิบายว่า ธรรมกาย นำ
ความสุขมาให้โดยส่วนเดียวแก่หม่อมฉันผู้เข้าถึงและเห็นอยู่
หรือ ชื่อว่า “น่าเพลิดเพลิน” เพราะเป็นกายที่วิจิตรรุ่งเรือง
ด้วยบารมีธรรมอันหม่อมฉันสั่งสมไว้ดีแล้วตลอดแสนกัลป์
อนึ่ง ชื่อว่า “น่าเพลิดเพลิน” เพราะเป็นกายที่วิจิตรงดงาม
ด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ อัน
ใสบริสุทธิ์ดุจแก้วมณี ย่อมนำมาซึ่งความเพลิดเพลินยินดี
แก่หม่อมฉันผู้เข้าถึงและเห็นอยู่ เหมือนรูปกายของพระ
สัมพุทธเจ้าทั้งหลายซึ่งวิจิตรงดงามด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒
ประการเป็นต้น อันถึงพร้อมด้วยบุญลักษณะนับด้วยร้อย
ย่อมเป็นที่เพลิดเพลินเจริญนัยน์ตาของชาวโลกผู้แลดูอยู่
ไม่รู้จักเบื่อหน่ายฉะนั้น
คำว่า “อันพระองค์ทำให้เจริญเติบโตแล้ว” อธิบาย
ว่า อันพระองค์ทรงประกาศอริยมรรคมีองค์ ๘ อันประเสริฐ
อันเป็นเหตุให้เห็นแจ้งในอริยสัจ ๔ แก่หม่อมฉันผู้ปฏิบัติ
ตามอยู่ ชื่อว่า ทรงยังธรรมกายของหม่อมฉันให้เติบโตแล้ว
ฉะนั้นฯ