ผลกรรมของโกกาลิกภิกษุ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 9 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 134

สรุปเนื้อหา

เขาเกิดร้อนในเป็นโรคร้ายขึ้นปัจจุบันทันด่วน ร่างกายของ เขาผู้มีบาป ปรากฏมีตุ่มเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเกิดขึ้นทั่วตัว แล้วตุ่มนั้นก็โตขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่เท่าผลมะตูมแก่ แล้วก็ แตกออกมีเลือดและหนองไหลออกมาทั่วร่างกาย เสียงร้อง “คำว่าไม่กลับมาอีกที่พระศาสดาทรงสอนนั้น หมายถึงจะไม่มีการเกิดอีกในโลกที่ต่ำๆ เหล่านี้อีกต่างหาก ว่าแต่ว่า บัดนี้ตัวท่านผู้ใกล้ตายแทนที่จะคลายจากความ อาฆาตพยาบาทจากพระอัครสาวกทั้งสองพระองค์ ท่านก็ ยังผูกอาฆาตดังเดิม เห็นทีจะไปเกิดเป็นผีนรกอย่างแน่แท้” ฝ่ายพระโกกาลิกะผู้มีกรรม ซึ่งไม่เชื่อคำแนะนำ โวยวายครวญครางอย่างเจ็บปวดดังลั่นทั่วทั้งวัดเชตวันมหา วิหาร พระภิกษุสามเณรต่างก็พากันออกมาดู เมื่อเห็นเขา อยู่ในสภาพเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารจึงช่วยกันไปหาใบตอง ตักเตือนของพระพรหมผู้บริสุ

หัวข้อประเด็น

- ผลกรรมของโกกาลิกภิกษุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เขาเกิดร้อนในเป็นโรคร้ายขึ้นปัจจุบันทันด่วน ร่างกายของ เขาผู้มีบาป ปรากฏมีตุ่มเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเกิดขึ้นทั่วตัว แล้วตุ่มนั้นก็โตขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่เท่าผลมะตูมแก่ แล้วก็ แตกออกมีเลือดและหนองไหลออกมาทั่วร่างกาย เสียงร้อง “คำว่าไม่กลับมาอีกที่พระศาสดาทรงสอนนั้น หมายถึงจะไม่มีการเกิดอีกในโลกที่ต่ำๆ เหล่านี้อีกต่างหาก ว่าแต่ว่า บัดนี้ตัวท่านผู้ใกล้ตายแทนที่จะคลายจากความ อาฆาตพยาบาทจากพระอัครสาวกทั้งสองพระองค์ ท่านก็ ยังผูกอาฆาตดังเดิม เห็นทีจะไปเกิดเป็นผีนรกอย่างแน่แท้” ฝ่ายพระโกกาลิกะผู้มีกรรม ซึ่งไม่เชื่อคำแนะนำ โวยวายครวญครางอย่างเจ็บปวดดังลั่นทั่วทั้งวัดเชตวันมหา วิหาร พระภิกษุสามเณรต่างก็พากันออกมาดู เมื่อเห็นเขา อยู่ในสภาพเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารจึงช่วยกันไปหาใบตอง ตักเตือนของพระพรหมผู้บริสุทธิ์อดีตพระอุปัชฌาย์เมื่อจะ กล้วยมาปูลงที่พื้น แล้วช่วยกันประคองให้เขานอนลง ณ ที่ สิ้นอายุดับขันธ์ มีจิตยึดเหนี่ยวเอานรกความผูกอาฆาต นั้น และทำการพยาบาลไปตามยถากรรม เมื่อชาวบ้านได้ เห็นเหตุการณ์นั้นต่างก็พากันโจษขานลือกันไปทั่วจนความ ทราบถึงเทวดา พระอินทร์ พระพรหม และตุทอนาคามีพรหม ซึ่งอดีตชาติเคยเป็นพระพุทิตเถระ องค์พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ของพระโกกาลิกภิกษุ ซึ่งเมื่อสิ้นอายุขัยในโลกแล้ว ได้ไปบังเกิดยังพรหมโลก ก็ได้มีความสงสารศิษย์จึงได้เสด็จ ลงจากแท่นสถิต ณ อกนิฏฐาพรหมภูมิ เพื่อมากล่าว ตักเตือนศิษย์ให้ละจากความอาฆาตพยาบาทอันจะทำให้ กรรมชั่วเบาบางลงบ้าง แต่หาเป็นดังเช่นที่หวังไม่ กลับถูก พระโกกาลิกภิกษุกล่าวร้ายอวดดีเข้าให้อีกว่า “อ๋อ เป็นพระอนาคามี แล้วท่านมาวุ่นกับเรื่องของ พยาบาทเป็นอารมณ์ ก็ไปเกิดเป็นสัตว์นรกร่างร้าย ณ ปทุมนรก เพราะเหตุแห่งการล่วงอกุศลกรรมบถมีจิตอาฆาต และด่าว่าพระสารีบุตรแลพระโมคคัลลานะองค์อัครสาวก แห่งพระบรมศาสดา ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ กรรมแห่งการกล่าวร้ายต่อผู้ทรงศีลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะการนินทาว่าร้ายผู้อื่นให้เกิด ความเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น มีผลทำให้ทั้งคนที่ว่าร้ายก็เป็นทุกข์ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่พูดนั้นเป็นเรื่องเท็จ ในขณะ เดียวกันผู้ที่ถูกกล่าวร้ายก็มีแต่ความไม่สบายใจเพราะตนไม่ ได้ทำ แต่มีคนเข้าใจผิดต้องเสียเวลามานั่งแก้ข้อกล่าวหา อันเป็นเหตุให้เสียทั้งเวลาและเสียความรู้สึก ดังนั้นการที่จะ ทำให้สังคมเกิดสุขมีแต่สันติภาพ ก็คือการที่สาธุชนทั้งหลาย ต้องรู้จักวิธีการ หยุด การหยุดนี้ต้องรู้จักหยุดทั้งกายและหยุด ทั้งใจ รู้จักยึดเหนี่ยวน้อมนำเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของใจ จิตใจที่ดีงามก็จะเกิดขึ้นทีละน้อยและที่สุดก็จะทำให้สังคมมี ความสุขและนำมาซึ่งสันติภาพของสังคมและโลก อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดไปกรีดหิน แม้นองค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจักสิ้นคนนินทา เรา ณ ที่นี้ ท่านก็มีความผิดอยู่ เพราะพระบรมศาสดาเคย ตรัสเสมอว่าพระอนาคามี ตายไปแล้วไม่กลับมายังโลก มนุษย์อีก แต่ท่านมีความผิดเพราะมา ณ สถานที่ซึ่งเขา ห้ามไม่ให้เข้ามา แต่หากท่านไม่ผิดแล้วพระพุทธองค์ที่ทรง สอนหมู่ชนก็คงจิกสอนผิด” เมื่อตุทอนาคามีพรหมได้ฟัง ดังนั้นก็กล่าวว่า กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๒ ๖๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More