ข้อความต้นฉบับในหน้า
เขาเกิดร้อนในเป็นโรคร้ายขึ้นปัจจุบันทันด่วน ร่างกายของ
เขาผู้มีบาป ปรากฏมีตุ่มเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเกิดขึ้นทั่วตัว
แล้วตุ่มนั้นก็โตขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่เท่าผลมะตูมแก่ แล้วก็
แตกออกมีเลือดและหนองไหลออกมาทั่วร่างกาย เสียงร้อง
“คำว่าไม่กลับมาอีกที่พระศาสดาทรงสอนนั้น
หมายถึงจะไม่มีการเกิดอีกในโลกที่ต่ำๆ เหล่านี้อีกต่างหาก
ว่าแต่ว่า บัดนี้ตัวท่านผู้ใกล้ตายแทนที่จะคลายจากความ
อาฆาตพยาบาทจากพระอัครสาวกทั้งสองพระองค์ ท่านก็
ยังผูกอาฆาตดังเดิม เห็นทีจะไปเกิดเป็นผีนรกอย่างแน่แท้”
ฝ่ายพระโกกาลิกะผู้มีกรรม ซึ่งไม่เชื่อคำแนะนำ
โวยวายครวญครางอย่างเจ็บปวดดังลั่นทั่วทั้งวัดเชตวันมหา
วิหาร พระภิกษุสามเณรต่างก็พากันออกมาดู เมื่อเห็นเขา
อยู่ในสภาพเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารจึงช่วยกันไปหาใบตอง ตักเตือนของพระพรหมผู้บริสุทธิ์อดีตพระอุปัชฌาย์เมื่อจะ
กล้วยมาปูลงที่พื้น แล้วช่วยกันประคองให้เขานอนลง ณ ที่ สิ้นอายุดับขันธ์ มีจิตยึดเหนี่ยวเอานรกความผูกอาฆาต
นั้น และทำการพยาบาลไปตามยถากรรม เมื่อชาวบ้านได้
เห็นเหตุการณ์นั้นต่างก็พากันโจษขานลือกันไปทั่วจนความ
ทราบถึงเทวดา พระอินทร์ พระพรหม และตุทอนาคามีพรหม
ซึ่งอดีตชาติเคยเป็นพระพุทิตเถระ องค์พระอุปัชฌาย์
อาจารย์ของพระโกกาลิกภิกษุ ซึ่งเมื่อสิ้นอายุขัยในโลกแล้ว
ได้ไปบังเกิดยังพรหมโลก ก็ได้มีความสงสารศิษย์จึงได้เสด็จ
ลงจากแท่นสถิต ณ อกนิฏฐาพรหมภูมิ เพื่อมากล่าว
ตักเตือนศิษย์ให้ละจากความอาฆาตพยาบาทอันจะทำให้
กรรมชั่วเบาบางลงบ้าง แต่หาเป็นดังเช่นที่หวังไม่ กลับถูก
พระโกกาลิกภิกษุกล่าวร้ายอวดดีเข้าให้อีกว่า
“อ๋อ เป็นพระอนาคามี แล้วท่านมาวุ่นกับเรื่องของ
พยาบาทเป็นอารมณ์ ก็ไปเกิดเป็นสัตว์นรกร่างร้าย ณ
ปทุมนรก เพราะเหตุแห่งการล่วงอกุศลกรรมบถมีจิตอาฆาต
และด่าว่าพระสารีบุตรแลพระโมคคัลลานะองค์อัครสาวก
แห่งพระบรมศาสดา ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ
กรรมแห่งการกล่าวร้ายต่อผู้ทรงศีลนั้นเป็นสิ่งที่ไม่
ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะการนินทาว่าร้ายผู้อื่นให้เกิด
ความเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น มีผลทำให้ทั้งคนที่ว่าร้ายก็เป็นทุกข์
เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่พูดนั้นเป็นเรื่องเท็จ ในขณะ
เดียวกันผู้ที่ถูกกล่าวร้ายก็มีแต่ความไม่สบายใจเพราะตนไม่
ได้ทำ แต่มีคนเข้าใจผิดต้องเสียเวลามานั่งแก้ข้อกล่าวหา
อันเป็นเหตุให้เสียทั้งเวลาและเสียความรู้สึก ดังนั้นการที่จะ
ทำให้สังคมเกิดสุขมีแต่สันติภาพ ก็คือการที่สาธุชนทั้งหลาย
ต้องรู้จักวิธีการ หยุด การหยุดนี้ต้องรู้จักหยุดทั้งกายและหยุด
ทั้งใจ รู้จักยึดเหนี่ยวน้อมนำเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของใจ
จิตใจที่ดีงามก็จะเกิดขึ้นทีละน้อยและที่สุดก็จะทำให้สังคมมี
ความสุขและนำมาซึ่งสันติภาพของสังคมและโลก
อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ
ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดไปกรีดหิน
แม้นองค์พระปฏิมายังราคิน
คนเดินดินหรือจักสิ้นคนนินทา
เรา ณ ที่นี้ ท่านก็มีความผิดอยู่ เพราะพระบรมศาสดาเคย
ตรัสเสมอว่าพระอนาคามี ตายไปแล้วไม่กลับมายังโลก
มนุษย์อีก แต่ท่านมีความผิดเพราะมา ณ สถานที่ซึ่งเขา
ห้ามไม่ให้เข้ามา แต่หากท่านไม่ผิดแล้วพระพุทธองค์ที่ทรง
สอนหมู่ชนก็คงจิกสอนผิด” เมื่อตุทอนาคามีพรหมได้ฟัง
ดังนั้นก็กล่าวว่า
กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๒ ๖๑