ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียว ให้ติดตะรางซะยังจะดีกว่า
ถ้าคุณแม่ได้มาอ่านดูก็จะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ใกล้จะ
ประสาทกินแล้วค่ะ เพราะมีแต่เรื่องน่าทรมาน แต่คุณพ่อ
ของเธอก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจไปกับลูกสาว หรืออย่างน้อย
ในจดหมายที่ตอบกลับมา ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกนี้
กลับตอบมาอย่างสั้นๆ แต่ทำให้ชีวิตลูกสาวเปลี่ยนแปลงไป
ท่านเขียนว่า “นักโทษสองคน มองผ่านลูกกรงดูท้องฟ้า
คนหนึ่งเห็นโคลนตม อีกคนหนึ่งเห็นหมู่ดาวพร่างพราย”
ซึ่งทำให้ลูกสาวสะดุดใจและฉุกคิดขึ้นมาได้ แสดงให้เห็นถึง
ความมีปัญญาที่แอบแฝงอยู่เช่นกัน จากนั้นชีวิตของสตรี
ชาวอเมริกันท่านนี้ก็เปลี่ยนไป เธอสามารถค้นพบว่า เมื่อ
เธอแสดงความสนใจกับของพื้นบ้านพื้นเมืองที่ชาวพื้นเมือง
กำลังทำ เธอสามารถคุยกับชาวพื้นเมืองได้ ให้เขาสอนวิธีทำ
และท้ายที่สุด ชาวพื้นเมืองก็ยกของพื้นบ้านที่ไม่ขายให้นัก
ท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศให้เธอ เธอเริ่มพิจารณาต้น
กระบองเพชร ต้นยุกกาและต้นโยชัวซึ่งเป็นต้นไม้
ทะเลทรายด้วยความรู้สึกว่า น่าติดใจไม่น้อย และมีสิ่งที่ค้น
พบอีกมาก ต่อจากนั้นชีวิตสตรีท่านนี้ก็มีความสุขขึ้นมาก
และได้เรียนรู้สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ที่สำคัญ เธอไม่ลืมคำพูดอัน
ทรงคุณค่าประโยคนั้นที่คุณพ่อเขียนให้เธอเลย ลูกเขียนมา
เสียยาวก็เพราะชอบเรื่องนี้ หวังว่าคุณแม่คงไม่เบื่อนะคะ
ท้ายสุดนี้ ลูกขอให้คุณแม่มีความสุขมากๆ และมีสุขภาพที่
แข็งแรงค่ะ แล้วลูกจะเขียนจดหมายมาอีก
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ลูกเองค่ะ
สวัสดีจ้ะ ลูกรักของแม่
ช่วงนี้เรียกได้ว่า เป็นเวลาของการ
สร้างสันติสุขขึ้นในโลก ด้วยการสถาปนาบ้าน
กัลยาณมิตรขึ้นมา บ้านกัลยาณมิตรจะ
สามารถจุดความสว่างให้บังเกิดขึ้นมา จาก
สมาชิกที่มารวมกันสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยกัน อย่าง
น้อยสัปดาห์ละครั้ง และมาวัดปฏิบัติธรรมกันในวันอาทิตย์
ช่วยกันสร้างกระแสความดีให้เกิดขึ้นในบ้านของผู้มีบุญ
แต่ละท่าน จำนวนบ้านแห่งแสงสว่างที่มากขึ้น ก็จะช่วยจุด
ความสว่างให้มากขึ้นในชีวิตของเรา ช่วยกันสร้างความดี
และคนดีให้เกิดขึ้นในสังคม คงไม่ผิดนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้จะ
ทำความดียังต้องโดนสอบสวน โดนรังแก เพราะอะไร ?
เพราะว่าคนดียังมีน้อยมาก จึงต้องโดนคนพาลเบียดเบียน
เราจะดีคนเดียวไม่ได้เลย ต้องช่วยกันสร้างคนดีให้
เกิดขึ้นในสังคมแวดล้อมรอบตัวเราก่อน โดยเริ่มต้นที่บ้าน
ของเราเอง สมาชิกของบ้านกัลยาณมิตรของแม่ได้รับความ
สุขความอบอุ่นใจในการมาร่วมกันสร้างความดี แต่ละคนจึง
มีแรงบันดาลใจไปสร้างบ้านกัลยาณมิตรที่บ้านของตนเอง
เท่ากับได้ขยายผลของความดีให้กระจายกันให้มากที่สุด ให้
ทั่วถึงทุกซอกมุมของสังคมบ้านเมือง
เมื่อบ้านเมืองเรามีคนดีเพิ่มมากขึ้น การ
เบียดเบียนกันของคนพาลก็จะลดน้อยถอยลงไป จนถึงที่สุด
ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งเป็น
สุดยอดปรารถนาของมนุษย์โลก แต่วิธีทำยังไม่มีเท่านั้น
เราคงต้องช่วยกันทำความดีกันต่อไปในสังคมที่ยังสุกๆ ดิบๆ
นี้อยู่ ให้เป็นสังคมที่มีแต่ความสุข มีเป้าหมายของชีวิตที่แท้
ไม่ใช่อยู่กันอย่างขาดความเข้าใจที่ดีต่อกัน ใช้อำนาจ
รังแกกันโดยความไม่รู้ สร้างความรู้ที่แท้จริง
ให้เกิดขึ้น ให้เขาเข้าใจถึงวิชชาที่ทำให้พ้นทุกข์
ให้เข้าใจเรื่องของตนเองให้ถูกต้องก่อน จึงจะ
เข้าใจคนอื่นๆ และสิ่งแวดล้อม
จริง
แม่ก็ชอบสีเขียวของต้นไม้ใบไม้
เหมือนหนูเลย ดูแล้วสดชื่น แต่ถ้าต้นไม้ต้น
หญ้าเขียวๆ โดนวัชพืชรังแกเบียดเบียนรุกราน
ก็ทำให้ต้นไม้ต้นหญ้าขาดความเจริญเติบโต
ในไม่ช้าก็จะพาลตายไปเลย ต้องช่วยกัน
เราคงต้องช่วยกันทำความดีกันต่อไปในสังคมที่ยังสุกๆ ดิบๆ นี้อยู่ให้เป็นสังคมที่มีแต่ความสุข
มีเป้าหมายของชีวิตที่แท้จริง ไม่ใช่อยู่กันอย่างขาดความเข้าใจที่ดีต่อกัน ใช้อำนาจรังแก
กันโดยความไม่รู้
๑๐๘ กับ คุณมิตร กันยายน ๒๕๕๒