ปัญหาของครูและการศึกษาในโรงเรียนปริยัติสามัญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 9 หน้า 43
หน้าที่ 43 / 134

สรุปเนื้อหา

ครูแต่ละคนจะได้รับเงินค่าจ้างคนละประมาณ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนที่น้อย กว่าวุฒิการศึกษาที่ควรจะได้รับ ทั้งยังไม่มีสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น การที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนปริยัติสามัญในจังหวัดต่างๆ ทำให้ทราบว่า ครูที่มาถวายความรู้สามเณร ส่วนหนึ่งมาด้วยความศรัทธาและบางส่วนมาสอนเพราะกำลังรอ งานที่ดีกว่า รายได้มากกว่า และเมื่อหางานใหม่ได้ก็จำเป็นต้องเลิกสอนไป ปัญหานี้วนเวียนซ้ำซาก เพราะตามสภาพสังคมเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยรายได้จำนวนดังกล่าว แทบจะไม่พอกับค่าใช้ จ่ายของครอบครัวซึ่งนับวันแต่จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทั้งครูและนักเรียน สภาพวัดที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่เราได้ไปพบเห็น หลายวัดมีเพียงหลวงปู่ หลวงตาที่ อายุมากแล้วเป็นเจ้าอาวาสอยู่รูปเดียวเท่านั้น โดยไม่มีพระเณรลูกวัดเ

หัวข้อประเด็น

- ปัญหาของครูและการศึกษาในโรงเรียนปริยัติสามัญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ครูแต่ละคนจะได้รับเงินค่าจ้างคนละประมาณ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนที่น้อย กว่าวุฒิการศึกษาที่ควรจะได้รับ ทั้งยังไม่มีสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น การที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนปริยัติสามัญในจังหวัดต่างๆ ทำให้ทราบว่า ครูที่มาถวายความรู้สามเณร ส่วนหนึ่งมาด้วยความศรัทธาและบางส่วนมาสอนเพราะกำลังรอ งานที่ดีกว่า รายได้มากกว่า และเมื่อหางานใหม่ได้ก็จำเป็นต้องเลิกสอนไป ปัญหานี้วนเวียนซ้ำซาก เพราะตามสภาพสังคมเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยรายได้จำนวนดังกล่าว แทบจะไม่พอกับค่าใช้ จ่ายของครอบครัวซึ่งนับวันแต่จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทั้งครูและนักเรียน สภาพวัดที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่เราได้ไปพบเห็น หลายวัดมีเพียงหลวงปู่ หลวงตาที่ อายุมากแล้วเป็นเจ้าอาวาสอยู่รูปเดียวเท่านั้น โดยไม่มีพระเณรลูกวัดเลย บางวัดได้กลายเป็น วัดร้างไปในที่สุด หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เป็นไปตามยถากรรมโดยไม่มีใครเหลียวแล ศาสนาพุทธในประเทศไทยอาจ กลายเป็นศาสนาร้างได้ในที่สุดเช่นกัน สภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ค่านิยมก็เปลี่ยนแปรตามไปด้วย ความเจริญทาง ด้านวัตถุมากขึ้น สิ่งยั่วยุเย้ายวนต่างๆ ก็มากขึ้น ทำให้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเพื่อการแสวงหาวัตถุมาสนองความ ต้องการของตนเอง จนละเลยการพัฒนาจิตใจ ในยุคปัจจุบันการที่คนจะหาโอกาสและเวลาที่จะศึกษาธรรมะจนเกิดความซาบซึ้งถึงขั้นตัดสินใจออกบวชจึงเป็นเรื่องยาก โรงเรียนปริยัติสามัญนอกจากจะให้โอกาสทางการศึกษาความรู้ทางโลกแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ สามเณรได้ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนเกิดความซาบซึ้งใจ นำธรรมะนั้นไปประพฤติปฏิบัติจน ประจักษ์ผลดีแก่ตนเอง ในที่สุดก็ปรารถนาจะนำธรรมะไปเผยแผ่เทศน์สอนต่อญาติโยมพุทธศาสนิกชน เป็นการสืบอายุ พระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป าชมทางช ครูที่มาถวายความรู้สามเณร ส่วนหนึ่งมาด้วยความ ศรัทธาและบางส่วนมาสอนเพราะกำลังรองานที่ดีกว่า รายได้มากกว่า และเมื่อหางานใหม่ได้ก็จําเป็นต้อง เลิกสอนไป ปัญหานี้วนเวียนซ้ำซาก ในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย เป็นพุทธศาสนิกชนควรให้การช่วยเหลือ สนับสนุน ค้ำจุนพระศาสนาอย่างไร จาก คำถามที่เกิดขึ้นในใจ เราได้เรียนถาม พระมหาทวี สิริวาที พระอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดแม่ริมวิทยา อำเภอแม่ริม จังหวัด เชียงใหม่ “ก่อนอื่นอาตมาอยากจะให้ทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องและรับผิดชอบอยู่ รวมทั้งองค์กรและหน่วยงานอื่นใด ได้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาของโรงเรียนปริยัติสามัญก่อน และเมื่อศึกษาแล้ว เห็นความสำคัญแล้ว ก็จะทราบเองว่าควร ทำอย่างไร อย่างแรกคืองบประมาณ อยากให้มีความมั่นคง สามเณรเหมือนนักเรียนกินนอน งบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา นับว่าไม่พอใช้เลย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าอาหาร ค่าที่พัก มักคิดกันว่ามีญาติโยมอุปถัมภ์ ความจริงแล้วที่ญาติโยมอุปถัมภ์ นั้นไม่เพียงพอ อยากให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยดูแล สามเณรที่โรงเรียนปริยัติสามัญ คือ ตัวแทนของศาสนาในอนาคต เมื่อรู้ว่าพระเณรกลุ่มนี้จะได้ทำประโยชน์ในจุดนั้น การสนับสนุนในส่วนนี้ก็เป็นการค้ำจุนพระศาสนาในอีกทางหนึ่ง หวนคิดถึงคำพูดของพระสุริยันต์ สุจิณโณ ที่ท่านเล่าให้ฟังว่า “เมื่อปีก่อนมีญาติโยมนำผ้าป่ามาทอดที่วัด ได้ปัจจัย จำนวน 50,000 บาท ทางวัดได้นำฝากธนาคารไว้เป็นเงินสำรอง หากปัจจัยที่เลี้ยงดูสามเณรไม่เพียงพอก็จะไปเบิกมาใช้ก่อน กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๒ ๔๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More