ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครูแต่ละคนจะได้รับเงินค่าจ้างคนละประมาณ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนที่น้อย
กว่าวุฒิการศึกษาที่ควรจะได้รับ ทั้งยังไม่มีสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น
การที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนปริยัติสามัญในจังหวัดต่างๆ ทำให้ทราบว่า
ครูที่มาถวายความรู้สามเณร
ส่วนหนึ่งมาด้วยความศรัทธาและบางส่วนมาสอนเพราะกำลังรอ
งานที่ดีกว่า รายได้มากกว่า และเมื่อหางานใหม่ได้ก็จำเป็นต้องเลิกสอนไป ปัญหานี้วนเวียนซ้ำซาก
เพราะตามสภาพสังคมเศรษฐกิจปัจจุบัน ด้วยรายได้จำนวนดังกล่าว แทบจะไม่พอกับค่าใช้
จ่ายของครอบครัวซึ่งนับวันแต่จะเพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทั้งครูและนักเรียน
สภาพวัดที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่เราได้ไปพบเห็น หลายวัดมีเพียงหลวงปู่ หลวงตาที่
อายุมากแล้วเป็นเจ้าอาวาสอยู่รูปเดียวเท่านั้น โดยไม่มีพระเณรลูกวัดเลย บางวัดได้กลายเป็น
วัดร้างไปในที่สุด หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เป็นไปตามยถากรรมโดยไม่มีใครเหลียวแล ศาสนาพุทธในประเทศไทยอาจ
กลายเป็นศาสนาร้างได้ในที่สุดเช่นกัน สภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ค่านิยมก็เปลี่ยนแปรตามไปด้วย ความเจริญทาง
ด้านวัตถุมากขึ้น สิ่งยั่วยุเย้ายวนต่างๆ ก็มากขึ้น ทำให้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเพื่อการแสวงหาวัตถุมาสนองความ
ต้องการของตนเอง จนละเลยการพัฒนาจิตใจ
ในยุคปัจจุบันการที่คนจะหาโอกาสและเวลาที่จะศึกษาธรรมะจนเกิดความซาบซึ้งถึงขั้นตัดสินใจออกบวชจึงเป็นเรื่องยาก
โรงเรียนปริยัติสามัญนอกจากจะให้โอกาสทางการศึกษาความรู้ทางโลกแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้
สามเณรได้ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนเกิดความซาบซึ้งใจ นำธรรมะนั้นไปประพฤติปฏิบัติจน
ประจักษ์ผลดีแก่ตนเอง ในที่สุดก็ปรารถนาจะนำธรรมะไปเผยแผ่เทศน์สอนต่อญาติโยมพุทธศาสนิกชน เป็นการสืบอายุ
พระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบไป
าชมทางช
ครูที่มาถวายความรู้สามเณร ส่วนหนึ่งมาด้วยความ
ศรัทธาและบางส่วนมาสอนเพราะกำลังรองานที่ดีกว่า
รายได้มากกว่า และเมื่อหางานใหม่ได้ก็จําเป็นต้อง
เลิกสอนไป ปัญหานี้วนเวียนซ้ำซาก
ในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย เป็นพุทธศาสนิกชนควรให้การช่วยเหลือ สนับสนุน ค้ำจุนพระศาสนาอย่างไร จาก
คำถามที่เกิดขึ้นในใจ เราได้เรียนถาม พระมหาทวี สิริวาที พระอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดแม่ริมวิทยา อำเภอแม่ริม จังหวัด
เชียงใหม่ “ก่อนอื่นอาตมาอยากจะให้ทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องและรับผิดชอบอยู่ รวมทั้งองค์กรและหน่วยงานอื่นใด ได้
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาของโรงเรียนปริยัติสามัญก่อน และเมื่อศึกษาแล้ว เห็นความสำคัญแล้ว ก็จะทราบเองว่าควร
ทำอย่างไร อย่างแรกคืองบประมาณ อยากให้มีความมั่นคง สามเณรเหมือนนักเรียนกินนอน งบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา
นับว่าไม่พอใช้เลย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าอาหาร ค่าที่พัก มักคิดกันว่ามีญาติโยมอุปถัมภ์ ความจริงแล้วที่ญาติโยมอุปถัมภ์
นั้นไม่เพียงพอ อยากให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยดูแล สามเณรที่โรงเรียนปริยัติสามัญ คือ ตัวแทนของศาสนาในอนาคต
เมื่อรู้ว่าพระเณรกลุ่มนี้จะได้ทำประโยชน์ในจุดนั้น การสนับสนุนในส่วนนี้ก็เป็นการค้ำจุนพระศาสนาในอีกทางหนึ่ง
หวนคิดถึงคำพูดของพระสุริยันต์ สุจิณโณ ที่ท่านเล่าให้ฟังว่า “เมื่อปีก่อนมีญาติโยมนำผ้าป่ามาทอดที่วัด ได้ปัจจัย
จำนวน 50,000 บาท ทางวัดได้นำฝากธนาคารไว้เป็นเงินสำรอง หากปัจจัยที่เลี้ยงดูสามเณรไม่เพียงพอก็จะไปเบิกมาใช้ก่อน
กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๒ ๔๑