ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถึง.... คุณแม่ที่เคารพยิ่ง
สวัสดีค่ะ คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าคงจะสบาย
ดี ตอนนี้โดยทั่วไป รวมๆ แล้วลูกก็สบายดีเป็นปกติดีค่ะ
นั่งสมาธิทุกวัน นั่งพิงผนังบ้างเพราะไปหาหมอแล้วหมอ
บอกว่ากล้ามเนื้อแถวสะโพกอักเสบ ลูกก็ทานยาค่ะ เวลา
นั่งพิงก็จะต้องพยายามไม่ให้สบายเกินไป ไม่อย่างนั้นจะ
เผลอหลับได้ ช่วงนี้ รู้สึกว่าใจเริ่มเป็นสมาธิได้มากขึ้น มี
ความคิดบ้าง แต่พอปล่อยใจสบายๆ ไม่ให้อยู่กับสิ่งที่เราคิด
มันก็ค่อยๆ หายไปเองค่ะ
อีกวันสองวันจะถึงวันเข้าพรรษาแล้ว ลูกยังไม่
ทราบเลยว่า จะตั้งใจทำอะไรบ้างในพรรษานี้ มีคนมาถาม
แล้วเหมือนกันค่ะ ก็ตอบไป แต่มีคำว่าตั้งอยู่ท้ายประโยค
เพราะยังไม่แน่ใจ ที่คิดไว้อย่างหนึ่งก็คือ จะตั้งใจนั่งสมาธิ
และให้ใจอยู่กับองค์พระมากกว่านี้ อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำ
ในพรรษานี้ก็ได้ค่ะ แล้วแม่ตั้งใจอย่างไรบ้างคะ
ลูกดีใจที่ได้ทราบว่าที่บ้านเปิดเป็นบ้านกัลยาณมิตร
คงจะมีปีติเบิกบานกันมาก แล้วจัดบ้านอย่างไรคะ มีคนมากี่คน
คิดว่าทุกคนน่าจะธรรมะสว่างไสว และคงไม่เผลอหลับกัน
ลูกขออนุโมทนากับความตั้งใจดีนี้ด้วยค่ะ พรรษานี้จะต้อง
เป็นพรรษาทองเพราะใจทุกคนบริสุทธิ์ผ่องใส จิตใจอันดี
งามจะทําให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ อย่างแรก
คือตัวเราดีขึ้น และเราก็จะได้ส่งต่อสิ่งดีงามที่สะท้อนมาจาก
ใจใส ๆ ของเราไปยังผู้อื่น และต่อไปอีกเรื่อยๆ จะมีคนดี
เพิ่มขึ้นอีกมาก
ลูกคิดว่า คนทุกคนมี
พื้นฐานที่อยากจะเป็นคนดีอยู่แล้ว
เพียงแต่จะยอมให้ตนเองมีโอกาส
ทำความดีบ้างหรือเปล่าเท่านั้นเอง
บางคนอาจจะยอมง่าย แต่บาง
คนอาจจะลำบากหน่อย อย่างนี้ก็
ต้องอาศัยกัลยาณมิตรมาช่วย
นำทางเป็นแสงสว่างให้ บางคนที่อยู่ในความมืด จะไม่
ทราบว่าตัวเองอยู่ในความมืดจนกระทั่งได้เห็นความสว่าง
และคงจะดีใจทีเดียวที่ได้เห็นแสงสว่างแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม
เหมือนกับเราเดินอยู่ในความมืด หากมีคนส่งไฟฉายให้ เรา
ก็จะซาบซึ้งถึงคุณค่าของไฟฉาย และตระหนักในน้ำใจของ
คนที่ส่งให้อย่างมากทีเดียว และทำให้เราอยากส่งสิ่งดีที่ได้
รับนี้ต่อไปยังผู้อื่นที่ยังรอคอยโอกาสจากเราอีก ต้องช่วยกัน
ทำให้โลกทั้งโลกสว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมจริงไหมคะ
แล้วเราจะมีความสุขมากกว่าเราสว่างอยู่คนเดียวหรือไม่กี่
คนนะค่ะ ลูกคิดเช่นนั้น ตอนนี้เป้าหมายตั้งไว้ที่หนึ่งแสนหลัง
เชื่อว่าไม่เกินความสามารถลูกหลวงพ่อทุกคนอย่างแน่นอน
แล้วเราจะแปลกใจว่า เราสามารถทำได้ดีกว่าและมากกว่า
นั้นอีก ลูกเชื่ออย่างนี้จริงๆ
ตอนนี้ ลูกตั้งใจจะปรับเรื่องนั่งสมาธิ อยากจะให้ใจ
จรดที่องค์พระให้มากกว่านี้ ลูกจะสบายใจมากขึ้นเมื่อได้ทำ
อย่างเต็มที่ ก็ต้องพยายามน่ะค่ะ ถ้ารู้สึกว่าพยายามแล้ว
ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ลูกจะไม่ตำหนิตัวเองเลย แต่ถ้าไม่เคย
พยายามเลย มันก็คงจะมีอะไรติดอยู่ในใจลูก และคงจะติด
อยู่ไปเรื่อยๆ อีกนานแสนนาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนักใจมากหรือ
คิดมาก มันเหมือนกาฝากเล็กๆ บนต้นไม้ คือไม่ได้ทำให้
ต้นไม้หนักมาก แต่ก็น่าเอาออกไม่อย่างนั้นมันก็อยู่อย่างนั้น
และรู้สึกทุกครั้งที่เห็น มีอะไรบางอย่างที่ลูกต้องการจะแก้ไข
ถ้าไม่ตามใจตนเองหรือสงสารตนเองมากไปคงจะทำได้ค่ะ
Pon
จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรที่จะต้อง
สงสารตัวเองเลย มีพี่คนหนึ่ง
บอกว่า ให้คิดว่าตัวเองเป็นผู้มี
บุญมากๆ ลูกยังไม่ได้เขียนไป
ถามว่า เพราะอะไร แต่คิดว่าคำ
ตอบคงเป็นเพราะลูกได้มีโอกาส
นั่งสมาธิทุกวัน ก็คงจะใช่นะคะ
รู้สึกมีกำลังใจ ลูกได้ความชื่นใจ
บางคนที่อยู่ในความมืด จะไม่ทราบว่าตัวเองอยู่ในความมืดจนกระทั่งได้เห็นความสว่าง
และคงจะดีใจทีเดียวที่ได้เห็นแสงสว่างแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม เหมือนกับเราเดินอยู่ใน
ความมืด หากมีคนส่งไฟฉายให้ เราก็จะซาบซึ้งถึงคุณค่าของไฟฉาย
กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๖ ๑๐๕