ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกว่า พระธรรมและพระวินัยใด
ที่เราบัญญัติแล้ว แสดงแล้วแก่เธอทั้งหลาย พระธรรมและ
พระวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายโดยการล่วงไป
แห่งเรา
ท่ามกลางสังคมแห่งเทคโนโลยีอันหลากหลายไป
ด้วยการพัฒนาเพื่อปากเพื่อท้อง เพื่อความสะดวกสบาย
เพียงชาตินี้ ด้วยความรู้ของผู้ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในสังคม
ซึ่งไม่สามารถทำให้พ้นจากความทุกข์ เมื่อยิ่งขวนขวาย
มากขึ้นเท่าใด ยิ่งมีความทุกข์มากขึ้นเท่านั้น ความรู้ที่
ยิ่งใหญ่คือ พระธรรมแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับถูก
เก็บไว้อย่างดีในตู้ ไม่มีการเรียนรู้ปฏิบัติตาม เนื่องจากขาด
ผู้นำไปเผยแพร่อย่างจริงจัง
ซึ่งในโลกนี้ ไม่มีความรู้ใดควรค่าแก่การเรียนรู้
กว่าพระสัทธรรมแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะได้
มาต้องผ่านความยากลำบากมากที่สุด ใช้เวลายาวนานที่สุด
เพราะกว่าพระธรรมจะเกิดขึ้นได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ต้องเกิดขึ้นก่อน กว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้
พระองค์ต้องบำเพ็ญความเพียร โดยใครๆ ในโลกนี้บำเพ็ญ
ไม่ได้ยิ่งยวดกว่าพระองค์แล้ว กว่าพระองค์จะเกิดมาในชาติ
สุดท้ายก่อนตรัสรู้ ต้องสร้างบารมีผ่านพระพุทธเจ้ามานับ
พระองค์ไม่ถ้วน ผ่านความลำบากยากเย็นแสนเข็ญ
มหาศาลกว่าใครๆ ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก และพรหมโลก
สิ่งมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่สูงสุดในโลก ไม่มีสิ่งมหัศจรรย์ใด
เปรียบเทียบได้ คือพระธรรมนี้แหละกลับถูกดูเบาที่สุดในยุค
สังคมวัตถุนิยม ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมปัญหา
สังคมจึงทวีตัวเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่า ยิ่งมีการ
ขวนขวายทางวัตถุมากขึ้นเท่าใด นั้นย่อมแสดงว่า โลกเรา
กำลังเข้าใกล้ความหายนะมากขึ้นเท่านั้น
ในพุทธกาล กัลยาณมิตรมีมากมาย โลกจึง
สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรม แต่โลกในปัจจุบันขาดแคลน
กัลยาณมิตรผู้เสียสละ หน้าที่กัลยาณมิตรไม่ใช่หน้าที่ที่ต้อง
อาสาสมัคร แต่ทุกคนผู้มุ่งหวังความสมบูรณ์ของชีวิตต้องทำ
เพราะเป็นหน้าที่ของผู้มีปัญญาเฉกเช่นพระโพธิสัตว์ท่านทำ
หากตราบใดยังเวียนเกิดเวียนตายในวัฏสงสาร การแนะนำ
ให้เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายให้ได้มีโอกาสสร้างบารมี คือ
การสร้างสันติภาพแก่ตนเองและสังคม เพื่อความรักที่ไร้
พรมแดนใดๆ มากั้น ทุกคนสามารถสร้างความดีได้ทุกคน
เพียงก้าวแรกยังต้องการผู้ชี้แนะ
ด้วยดำริหวังจะเห็นโลกร่มเย็นเต็มไปด้วยการแบ่งปัน
เต็มไปด้วยการศึกษาและปฏิบัติธรรม พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้สถาปนาบ้านกัลยาณมิตรขึ้น บ้าน
กัลยาณมิตรจึงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดแห่งการพัฒนาสังคม
เพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดประตูสวรรค์และพระ
นิพพานให้แก่เพื่อนบ้าน ตลอดจนเพื่อนร่วมโลก เป็น
โครงการที่เป็นตัวแทนแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้จะนำ
ธรรมะไปมอบแก่เพื่อนร่วมเกิดแก่ เจ็บตาย เป็นหน้าที่
เดียวที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เป็นทั้งหมดแห่ง
พรหมจรรย์ คือการประพฤติอย่างประเสริฐ ดังเนื้อความ
ปรากฏในพระไตรปิฎกว่า
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ
นิคมของชาวศักยะ ชื่อสักระ ในแคว้นสักกะ ของชาว
ศากยะทั้งหลาย ครั้งนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มี
พระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้
กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี นี้เป็นกึ่งหนึ่งแห่ง
พรหมจรรย์ เที่ยวนะ พระเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ เธอ
อย่าได้กล่าวอย่างนั้น ก็ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี
นี้เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นทีเดียว ดูก่อนอานนท์ อันภิกษุผู้มี
มิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค
ประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค
ประกอบด้วยองค์ ๘ ฯลฯ
ดูก่อนอานนท์ข้อว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดี
มีเพื่อนดี เป็นพรหมจรรย์ทั้งสิ้นที่เดียวนั้น พึงทราบโดย
หน้าที่กัลยาณมิตรไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องอาสาสมัคร แต่ทุกคนผู้มุ่งหวังความสมบูรณ์ของชีวิต
ต้องทำ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้มีปัญญาเฉกเช่นพระโพธิสัตว์ท่านทำ
กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๔๒ ๗๙