ข้อความต้นฉบับในหน้า
แทบขาดใจ แข้งขาใกล้จะหมดแรง ก็มาถึงสวนแตงโมแห่ง
หนึ่งพอดี
ที่สวนแห่งนี้มีลูกแตงโมใบใหญ่ สีเขียวสด ท่าทาง
น่ากินอยู่มากมาย
ในขณะที่ซิ่วจ่ายเดินผ่านสวนแตงนั้น ขาของเขายิ่ง
มีความรู้สึกอ่อนล้ามาก ในที่สุดก็สะดุดขาตัวเองล้มลงไป
กลิ้งกับพื้น รองเท้าข้างหนึ่งกระเด็นเข้าไปในพุ่มแตงโม
เขาค่อยพยุงตัวเองขึ้นมา พร้อมกับโอดโอยถึง
ชะตาชีวิตตัวเอง
“โอย ปวดจริงๆ วันนี้เป็นวันอะไรเนี่ย ทำไมข้าถึง
ได้เคราะห์ร้ายเช่นนี้ อ้าว! แล้วรองเท้าของข้ากระเด็นหาย
ไปไหนเนี่ย สงสัยเข้าไปในสวน
แตงอีกแล้ว ทำไมข้าถึงเคราะห์
ร้ายอย่างนี้"
ซิ่วจ๋ายคลานเข้าไปใน
สวนแตง พยายามหารองเท้าไป
ทั่วบริเวณจนกระทั่งพบ แต่แล้ว
เขาก็ต้องพบกับเคราะห์ร้ายอีกครั้ง
“แกกล้ามาขโมยแตงโม
ของพวกข้าเชียวหรือ แกไม่มีทาง
รอดแล้ว เจ้าหัวขโมย” เสียงเจ้าของสวนแตงโมตวาดลั่น
ซิ่วจ้ายละสายตาจากรองเท้าของเขา เงยหน้าขึ้นดู
เจ้าของสวนแตงโมที่พาพรรคพวกมาพร้อมไม้กระบองครบมือ
“อย่า...เข้า...ใจ...ผิด... ข้าเพียงแต่หารองเท้าที่หาย
ไปเท่านั้น” เขาพยายามข่มความกลัว และบอกเล่าอย่าง
ตะกุกตะกัก
“อย่ามาหลอกข้าเลย แกคิดว่าพวกข้าเป็นคนโง่
อย่างนั้น พวกเราจัดการมันเลย” สิ้นเสียงเจ้าของสวนแตงโม
ซิ่วจ้ายก็ถูกไม้กระบองระดมฟาดลงไปตามตัวจนเสียงดังตุ้บตั้บ
เขาดิ้นรนลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
เขาวิ่ง แล้วก็วิ่ง แล้วก็วิ่ง
เมื่อรอดพ้นความตายออกมาได้ ซิ่วจ่ายก็ได้แต่
รำพึงว่า “ข้านี่โชคร้ายจริงๆ”
ซิ่วจ้ายพาร่างอันบอบช้ำมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง
พร้อมกับพกความคิดอันหนักอึ้งไปตลอดทาง
เรื่องนี้เป็นที่มาของ “ผ่านสวนแตงอย่าก้มผูกรองเท้า
ผ่านสวนสาลี่อย่าจับหมวก” เป็นสำนวนจีนที่สอนให้รู้จักว่า
ก่อนจะทำอะไรต้องพิจารณาให้รอบคอบ ระมัดระวังต่อการ
ตกอยู่ในสภาวะที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยได้ง่าย เพราะบางที
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนทำ แต่สถานการณ์ต่างๆ อาจสร้าง
ภาพพจน์ให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้โดยปริยาย ทำนองเดียวกับ
“ดูตาม้าตาเรือ”
รองเท้าของเขานั่นเอง
จะเห็นว่าซิ่วจ๋ายใน
เรื่องนี้ เมื่อพลาดพลั้งมักไม่ตำหนิ
ตัวเองว่า ก่อนจะทำอะไรควร
พิจารณาให้รอบคอบถี่ถ้วนเสีย
ก่อนแล้วจึงค่อยทำ แต่กลับไป
โทษโชคลางทำให้เขาเคราะห์ร้าย
ทั้งๆ ที่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ มา
จากความไม่ระมัดระวังหมวกและ
เพราะฉะนั้น ก่อนจะทำอะไรให้เรานึกถึงผลได้ผลเสีย
และข้อควรระมัดระวังต่างๆ ให้รอบคอบ จึงค่อยลงมือทำ
แต่เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว ก็อย่ารีบด่วนตัดสินว่า
เป็นความผิดพลาดของคนอื่นทั้งหมดเสียทีเดียว แต่ควรจะ
มาดูว่าเราผิดพลาดตรงไหน เรียกว่า ต้องรู้จักประเมินผล
ตัวเองให้เป็น เพราะการแก้ไขที่ตัวเองย่อมง่ายดายและได้
ผลดีมากกว่าการไปแก้ไขที่ผู้อื่น
เป็นสำนวนจีนที่สอนให้รู้จักว่า ก่อนจะทำอะไรต้องพิจารณาให้รอบคอบ ระมัดระวังต่อ
การตกอยู่ในสภาวะที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยได้ง่าย เพราะบางที แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนทำ
แต่สถานการณ์ต่างๆ อาจสร้างภาพพจน์ให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้โดยปริยาย
๙๘ | กัลยาณมิตร กันยายน ๒๕๕๒