ลักษณะมหาบุรุษของเจ้าชายสิทธัตถะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 3 หน้า 24
หน้าที่ 24 / 108

สรุปเนื้อหา

รองศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ได้ บรรยายถึงลักษณะผู้มีบุญของเจ้าชายสิทธัตถะไว้ว่า พระองค์ยืนได้มั่นคง สง่างาม เพราะหลังพระบาทเหมือน หอยสังข์คว่ำ และข้อพระบาทสูงจากหลังเท้าประมาณ 4 นิ้ว ตาของพระองค์ดำขลับ ใส เหมือนตาลูกวัวอ่อน ส่วนพระ วรกาย หน้าอกเหมือนสิงห์ เอวคอด สง่างามมาก ลักษณะ มหาบุรุษอีกอย่างหนึ่งคือ ลิ้นของพระองค์ยาวและใหญ่ เมื่อแลบออกมาสามารถปิดหน้าได้ ตวัดถึงใบหูทั้งซ้ายขวาได้ เป็นลิ้นที่สมส่วนกับพระวรกาย ลิ้นใหญ่อยู่ในฐานที่ เหมาะสมทำให้เกิดเสียงดัง ฟังชัด ไม่ต้องใช้เครื่องขยาย เสียงใดๆ เลย ส่วนนิ้วมือของพระองค์ ยาวเรียว สวย เสมอกันทุกนิ้ว ซึ่งลักษณะอย่างนี้ที่ผิดไปจากคนธรรมดา นี่ คือ ลักษณะมหาบุรุษ พระเจ้าสุทโธทนะทรงปรารถนาให้เจ้าชายสิทธัตถะ ครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเชื่อ

หัวข้อประเด็น

- ลักษณะมหาบุรุษของเจ้าชายสิทธัตถะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รองศาสตราจารย์ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ได้ บรรยายถึงลักษณะผู้มีบุญของเจ้าชายสิทธัตถะไว้ว่า พระองค์ยืนได้มั่นคง สง่างาม เพราะหลังพระบาทเหมือน หอยสังข์คว่ำ และข้อพระบาทสูงจากหลังเท้าประมาณ 4 นิ้ว ตาของพระองค์ดำขลับ ใส เหมือนตาลูกวัวอ่อน ส่วนพระ วรกาย หน้าอกเหมือนสิงห์ เอวคอด สง่างามมาก ลักษณะ มหาบุรุษอีกอย่างหนึ่งคือ ลิ้นของพระองค์ยาวและใหญ่ เมื่อแลบออกมาสามารถปิดหน้าได้ ตวัดถึงใบหูทั้งซ้ายขวาได้ เป็นลิ้นที่สมส่วนกับพระวรกาย ลิ้นใหญ่อยู่ในฐานที่ เหมาะสมทำให้เกิดเสียงดัง ฟังชัด ไม่ต้องใช้เครื่องขยาย เสียงใดๆ เลย ส่วนนิ้วมือของพระองค์ ยาวเรียว สวย เสมอกันทุกนิ้ว ซึ่งลักษณะอย่างนี้ที่ผิดไปจากคนธรรมดา นี่ คือ ลักษณะมหาบุรุษ พระเจ้าสุทโธทนะทรงปรารถนาให้เจ้าชายสิทธัตถะ ครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ทรงเชื่อมั่นว่าพระราชโอรส จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ เพราะในขณะนั้นเมือง กบิลพัสดุตกอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นโกศล หากเจ้าชาย สิทธัตถะขึ้นครองราชย์จะทรงนำให้กบิลพัสดุมีอำนาจเหนือ กว่าแคว้น คว้นโกศลได้ แห่งนี้โม่เคยแห้งเหือด เราจากเมืองเก่ามาด้วยความสุขใจ ต่างคนต่าง เพลิดเพลินไปกับความคิดคำนึงของตนเอง โดยมีซาก ปรักหักพังของกรุงกบิลพัสดุเป็นฉาก ให้แต่งแต้ม จินตนาการตามแต่ประสบการณ์และข้อมูลที่แต่ละคนได้รับรู้ มา คณะของเราเดินทางต่อไปอีกประมาณ ๒๐ นาที ก็มา ถึงที่พักที่โรงแรมเยติ โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในแถบชายแดน ของเนปาลที่ต่อกับอินเดีย (ไกด์เขาว่าอย่างนั้น) เป็นอาคาร สูง ๕ ชั้น ไม่มีลิฟต์ ไม่มีแอร์ เป็นข้อมูลที่เรารับทราบเมื่อ ตอนมาถึงห้องพักแล้ว แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็มีพัดลมเพดาน เตียงก็นุ่มหนาน่านอน ห้องน้ำก็กว้างขวาง ด้วยความ เหนื่อยเพลียจากการเดินทาง ทำให้รู้สึกง่วงมาก ก่อนที่ เคลิ้มหลับไป ข้อมูลสุดท้ายที่รับรู้คือ “ไฟดับ” ไฟฟ้าจะติดๆ ดับๆ อย่างนี้อยู่หลายครั้ง วันรุ่งขึ้นทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้น ก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ว่า “น้ำไม่ไหล” โธ่ ! ไม่ว่าห้องน้ำจะกว้างใหญ่สวยงามสัก แค่ไหน ถ้าน้ำไม่ไหลจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ตกลงเช้านี้ได้ น้ำดื่มจากขวดพลาสติกที่หอบหิ้วมาจากการเดินทางเมื่อวาน เอามาใช้ล้างหน้าแปรงฟัน เท่านี้ก่อนแล้วกัน ดีกว่าไม่มีน้ำ สม เอาม แต่ความปรารถนาของพระเจ้าสุทโธทนะก็ไม่สม พระทัย เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวชเมื่อพระชนม์ พรรษาได้ ๒๙ พรรษา ท่านอาจารย์บรรจบเล่าถึง เหตุการณ์ขณะเสด็จออกจากพระราชวังว่า “บางคัมภีร์ว่าไว้ ว่าเมื่อพระองค์เสด็จออกจากพระราชวัง ทางประตูด้านทิศ ตะวันออก พระอินทร์มาเปิดประตูให้ เวลานั้นประมาณ เที่ยงคืน” บรรยากาศในตอนเที่ยงคืนคืนนั้น คงใกล้เคียงกับ เลยตงเยอะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว ไม่อยากจะเดาเลยว่าจะ เป็นอย่างไร เพราะเพียงคืนเดียวที่โรงแรมเยดิ มีทั้งน้ำไม่ไหล และไฟไม่มี แต่ปรากฏว่าผิดคาด อาหารที่โรงแรมแห่งนี้ อร่อยถูกปากมาก หลังจากการเดินทาง โโว นี้ผ่านไป โรงแรมเยด ได้รับตำแหน่งร้านอาหารอร่อยที่สุดจากผู้เขียน หลังอาหารเช้าเราเดินทางไปสวนลุมพีนีวัน ใช้ คืนนี้ที่เราได้มาหยุดยืนอยู่ใกล้ซาก อิฐและเนินดินที่สันนิษฐานว่าเป็น ประตูพระราชวังด้านทิศตะวันออก ที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกจากเมือง ด้วยม้ากัณฐกะ พวกเราเดินต่อไปอีก ไม่ไกลนัก ก็ได้เห็นสระน้ำกว้างใหญ่ ที่พระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้ขุดสระ โบกขรณีไว้ให้พระราชโอรสสรงสนาน คนเก่าแก่ที่อยู่แถวนั้นเล่าว่า สระน้ำ ๒๒ กัลยาณมิตร มีนาคม ฝรั่ง 500 40 ธงทิวปลิวไสวรายล้อมสถานที่ประสูติ ณ ลุมพินี ประเทศเนปาล
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More