ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงอริยมรรคมีองค์
๔ แล้ว ทรงชี้ความจริงแท้(อริยสัจ) ๔ อย่าง คือ
นิโรธ มรรค
ทุกข | สมุทัย
ผลของการแสดงพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนี้
พระโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน แล้ว
ได้ขอบวชเป็นเอหิภิกขุสงฆ์องค์แรก เป็นปฐมสาวกจาก
ปฐมเทศนานี้เอง
ทางสายกลางเชิงปฏิบัติ
พระมงคลเทพมุนี (พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ) ได้อธิบาย “ทางสายกลาง" ในเชิง
ปฏิบัติได้อย่างลึกซึ้ง ชัดเจน เป็นอย่างยิ่งว่า
“...สองอย่างนี้ กามสุขัลลิกานุโยค อัดดกิลมถานุโยค
เลิกเสีย ไม่เสพ อย่าเสพ อย่าเอาใจไปจรด อย่าเอาใจไปติด
ปล่อยทีเดียว ปล่อยเสียให้หมด เมื่อปล่อยแล้วเดินมัชฌิมา
ปฏิปทา ข้อปฏิบัติอันเป็นกลาง ไม่แวะวงเข้าไปใกล้ซึ่งทาง
ทั้งสองอย่างนั้น อันพระตถาคตเจ้าตรัสรู้แล้วด้วยพระญาณ
อันยิ่ง นี่ข้อปฏิบัติเป่นกลาง งเราควรรู้
กลางนี่ลึกซึ้งนัก ไม่มีใครรู้ใครเข้าใจกันเลย ธรรม
ที่เรียกว่าข้อปฏิบัติอันเป็นกลางนะ ปฏิบัติแปลว่า ถึง
เฉพาะซึ่งกลาง อะไรถึง ต้องเอาใจเข้าถึงซึ่งกลางซิ เอาใจ
เข้าไปถึงซึ่งกลาง กลางอยู่ตรงไหน กลางมีแห่งเดียว
เท่านั้นแหละ เมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ใจเราก็หยุดอยู่กลาง
เมื่อเวลาเราจะหลับใจเราก็ต้องไปหยุดกลาง ผิดกลางหลับ
ไม่ได้ ผิดกลางเกิดไม่ได้ ผิดกลางตายไม่ได้ ผิดกลางตื่นไม่
ได้ ต้องเข้ากลางถูกกลางละก็ เป็นเกิด เป็นหลับ เป็นตื่น
กันทีเดียว
อยู่ตรงไหน ในมนุษย์นี่มีแห่งเดียวเท่านั้น
ศูนย์กลางกายมนุษย์ สะดือทะลุหลังขึงด้ายกลุ่มเส้นหนึ่งตึง
ได้ระดับกรอบปรอททีเดียว สะดือทะลุหลังขึงด้ายกลุ่มเส้น
หนึ่งดึง ขวาทะลุซ้ายขึงด้ายกลุ่มอีกเส้นตึงอยู่ในระดับแค่กัน
ได้ระดับกันทีเดียว ได้ระดับกันเหมือนแม่นาทีเดียว ระดับ
น้ำหรือระดับปรอทแบบเดียวกัน เมื่อได้ระดับเช่นนั้นแล้ว
ดึงทั้งสองเส้น ข้างหน้าข้างหลังตึง ตรงกลางจรดกัน ตรง
กลางจรดกันนั่นแหละเขาเรียกว่ากลางก๊ก ที่เส้นด้ายคาด
กันไปนั่น กดลงไปนั่นกลางกั๊ก
กลางกั๊กนั่นแหละถูกกลางดวงธรรมที่ท่า ให้เป็น
กายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เห่าฟองไข่แดงของไก่ กลางดวงธรรม
ที่ท่า ให้เป็นกายมนุษย์นั่นแหละ แรกเรามาเกิดเอาใจหยุด
อยู่ตรงนั้น ตายก็ไปอยู่ตรงนั้น หลับก็ไปอยู่ตรงนั้น ตื่นก็ไป
อยู่ตรงนั้น นั่นแหละเป็นที่ดับที่หลับที่ตื่นกลางแท้ๆ เทียว
กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์เห่าฟอง
ไข่แดงของไก่ กลางนั่นแหละตรงกลางนั่นแหละ ไปหยุดอยู่
ที่ศูนย์กลางนั่นแหละ ได้ชื่อว่ามัชฌิมา มัชฌิมานะ
พอหยุดก็หมดดีหมดชั่ว ไม่ดีไม่ชั่วกัน หยุดทีเดียว
พอหยุดจัดเป็นบุญก็ไม่ได้ พอหยุดจัดเป็นบาปก็ไม่ได้ จัด
เป็นดีก็ไม่ได้ ชั่วก็ไม่ได้ ต้องจัดเป็นกลาง ตรงนั้นแหละกลางใจ
หยุดก็เป็นกลางทีเดียว นี้ที่พระองค์ให้นัยไว้กับองคุลิมาลว่า
สมณะหยุด สมณะหยุด พระองค์ทรงเหลียวพระพักตร์มา
สมณะหยุดแล้ว ท่านก็หยุด นี้ต้องเอาใจไปหยุดตรงนี้ หยุด
ตรงนั้นถูกมัชฌิมาปฏิปทาทีเดียว
พอหยุดแล้วก็ตั้งใจอันนั้นที่หยุดนั้นอย่าให้กลับมา
ไม่หยุดอีกนะ ให้หยุดไปหาเดียว นั่นแหละ พอหยุดแล้วก็
ถามว่า หยุดลงไปแล้วยังตามอัตตกิลมถานุโยคมีไหม
ยินดีในรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส ตัวรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส
ยินดีไหม ไม่มี นั่นกามสุขัลลิกานุโยคไม่มี ลำาบากยากไร้
ประโยชน์ ไม่มี หยุดตามปกติ ของเขาไม่มี ทางเขาไม่มีแล้ว
เมื่อไม่มีทางดังกล่าวแล้ว นี่ตรงนี้แหละที่พระองค์ทรงรับสั่ง
ว่า ตถาดเตน อภิสมฺพุทฺธา พระตถาคตเจ้ารู้แล้วด้วยปัญญายิ่ง
ตรงนี้แห่งเดียวเท่านั้น ตั้งต้นนี้แหละจนกระทั่งถึงพระ
อรหัตตผล
ทีนี้จะแสดงวิธีตรัสรู้เป็นอันดับไป ถ้าไม่แสดงตรง
ไม่รู้ ฟังปฐมเทศนาไม่ออกทีเดียว...”
แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ได้แสดงธรรมต่อไปความว่า เมื่อใจหยุดถูกส่วนที่ศูนย์
กลางกายแล้วจะเข้าถึงดวงธรรมานุปัสสนาสดีปัฏฐานดวงศีล
ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
เมื่อใจหยุดถูกส่วนกลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ จะเข้าถึง
กายมนุษย์ละเอียด หยุดอยู่ในกลางอย่างนี้เรื่อยไปจนเข้าถึง
กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมโคตรถู
กายธรรมพระโสดา กายธรรมพระสกิทาคา กายธรรมพระ
อนาคามี และกายธรรมอรหัต
ราคา 42, 444