อานุภาพของใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 3 หน้า 31
หน้าที่ 31 / 108

สรุปเนื้อหา

แต่ที่แน่ยิ่งกว่าความใสของพระคือ ใจเราทุกคนใส่ตามไปด้วย ออกพรรษานั้นเรานึกถึงองค์พระได้ง่าย นิมิตองค์พระชัดเจน ใจเราเป็นบุญเป็นกุศล แล้วเรามีความสุข สุขจนกระทั่งเรา รู้ว่า ที่เห็นคุณยาย หลวงพ่อท่านรักธรรมะมากๆ นั่งธรรมะ เยอะๆ แล้วชอบนั่งธรรมะ อ้อ.. มันมีความสุขอย่างนี้เอง ท่านจึงรักนั่งธรรมะมาก นั่งธรรมะเยอะ เรื่องของใจนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธองค์ให้ความ สำคัญมากที่สุด มีเรื่องเล่าในอรหันตสาวกอยู่รูปหนึ่ง ชื่อ ปิลินทวัจฉะ ท่านมีปกติเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คือรุ่งเช้าก็ บิณฑบาตไปตามบ้านเรื่อยๆ วันหนึ่งท่านบิณฑบาตไปถึง บ้านโยมอุปัฏฐาก ก็ไปเจอลูกสาวตัวน้อยๆ ของโยมกำลัง ร้องไห้ ท่านก็ถามโยมว่า เจ้าน้อยนั่นร้องไห้ทำไมหรือ? โยมก็กราบเรียนว่า มาร้องไห้อยากมีเครื่องประดับไปดูงาน มหรสพ ไปเล่นมหรสพกับเ

หัวข้อประเด็น

- อานุภาพของใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แต่ที่แน่ยิ่งกว่าความใสของพระคือ ใจเราทุกคนใส่ตามไปด้วย ออกพรรษานั้นเรานึกถึงองค์พระได้ง่าย นิมิตองค์พระชัดเจน ใจเราเป็นบุญเป็นกุศล แล้วเรามีความสุข สุขจนกระทั่งเรา รู้ว่า ที่เห็นคุณยาย หลวงพ่อท่านรักธรรมะมากๆ นั่งธรรมะ เยอะๆ แล้วชอบนั่งธรรมะ อ้อ.. มันมีความสุขอย่างนี้เอง ท่านจึงรักนั่งธรรมะมาก นั่งธรรมะเยอะ เรื่องของใจนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธองค์ให้ความ สำคัญมากที่สุด มีเรื่องเล่าในอรหันตสาวกอยู่รูปหนึ่ง ชื่อ ปิลินทวัจฉะ ท่านมีปกติเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คือรุ่งเช้าก็ บิณฑบาตไปตามบ้านเรื่อยๆ วันหนึ่งท่านบิณฑบาตไปถึง บ้านโยมอุปัฏฐาก ก็ไปเจอลูกสาวตัวน้อยๆ ของโยมกำลัง ร้องไห้ ท่านก็ถามโยมว่า เจ้าน้อยนั่นร้องไห้ทำไมหรือ? โยมก็กราบเรียนว่า มาร้องไห้อยากมีเครื่องประดับไปดูงาน มหรสพ ไปเล่นมหรสพกับเพื่อนๆ เขา แล้วดิฉันผู้เป็นแม่ก็ บอกว่า เราเป็นคนจน จะหาเครื่องประดับได้จากที่ไหน ไม่ มีหรอก เท่านั้นเจ้าหนูมันก็ร้องไห้ พระเถระได้ยินนึกเมตตาแล้วก็สงสาร บอกว่า ไม่เป็นไร เอาหญ้ามากำหนึ่ง เสร็จแล้วท่านก็ขมวดเป็นวงกัก ขดเป็นวงง่ายๆ แล้วบอกว่า เอาหญ้านี้ไปใส่บนหัว ไป ประดับบนหัวของเด็กนั้นเสีย พอไปใส่วางปุ๊บ ด้วยอานุภาพ ของใจพระเถระ สามารถบันดาลให้หญ้าขดนั้นเป็นมาลัย- ทองคำที่สวยงามมากอยู่บนศีรษะเด็ก เด็กลืมตามาอีกที่หาย ร้องไห้ ดีใจ โอ้โฮ.. ได้ของสวย ดีใจ วิ่งไปเล่นสนุกสนาน อานุภาพใจ ทำให้ขดหญ้าเป็นทองคำได้ เล่นไปเล่นมา พวก ผู้ใหญ่ไม่เคยเห็นก็มารุมดูว่า โอ้โฮ ทำไมมาลัยทองคำอย่างนี้ คนจนๆ มีด้วยหรือ มาดูกันใหญ่ ดูไปดูมา แทนที่จะชื่นชมอย่างเดียว ไป ฟ้องพระราชาบอกว่าสงสัยคนจน บ้านนี้ต้องขโมยมาจึงมีทองคำ ฟ้องอย่างนี้เลยนะ พระราชา สมัยนั้นก็คือพระเจ้าพิมพิสาร คนจนมีไม่ได้ ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของแน่ สรุปเรียบร้อยว่า คงขโมยมาแน่ จับเลย จับไปขัง พอจับไปขังแล้ว รุ่งขึ้นพระเถระไปบิณฑบาต เหมือนเดิม พอมาถึงบ้านนี้ อ้าว...บ้านนี้ถูกปิดประตูอีก ถามว่าโยมไปไหน ถามช้างบ้าน บ้านนี้เขาไปไหน เขาก็ บอกว่าถูกจับไปเรียบร้อยแล้ว ทำไมถึงถูกจับ บอกว่าขโมย มาลัยทองคำมา เลยถูกจับ พระเถระรีบไปยังพระราชวัง ไปหาพระราชา ถามว่า มหาบพิตรสั่งจองจำโยมอุปัฏฐาก ไปหรือ? พระราชาก็บอกว่าใช่ ก็ถามว่าทำไมถึงสั่งจองจำ? ท่านก็บอกว่า คนจนๆ จะมีดอกไม้ทองคำได้ที่ไหน จะหา ทองคำได้อย่างไร พระเถระอยากจะอธิบาย แต่ไม่ต้องอธิบาย ก็เลย ชี้ปราสาทว่า มหาบพิตรจงดูปราสาทหลังโน้น ชี้ให้ดูหลังโน้น เป็นปราสาทไม้ธรรมดา อีกครู่หนึ่ง มหาบพิตรดูใหม่อีกทีหนึ่ง ด้วยอานุภาพของใจใสของพระเถระ ก็บันดาลให้ปราสาท ทั้งหลัง ที่เป็นไม้กลายเป็นทองคำไปทั้งหลัง แล้วพระเถระก็ ถามพระราชาว่า มหาบพิตรเอาทองคำมากมายเต็ม ปราสาทนี่มาจากไหน พระราชาเงียบ รู้แล้วเข้าใจเลยว่า ใจใสมีอานุภาพมาก แป๊ปเดียว เป็นทองคำได้ทั้งหลัง ไม้ยัง เป็นทองคำได้ จะประสาอะไรกับหญ้าเป็นทองคำเล็กๆ จะ เป็นไม่ได้ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง สั่งปล่อยเด็ก อานุภาพของใจคนเรา ถ้าใจใสๆ แล้วสามารถมี ส่งตำรวจหลวงไปด้วย ตรวจดูเห็น แล้วดอกไม้ทองคำนี่ โอ้โฮ.. - มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More