การใช้กุศโลบายในการเตือนสติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 3 หน้า 35
หน้าที่ 35 / 108

สรุปเนื้อหา

ก่อนจะทำอะไรจะได้คิดหน้าคิดหลัง คิดระวังถึงพ่อถึงแม่ด้วย บางรายถึงกับทำให้เป็นกริ่งด้วย คือข้างในกลวง พอขยับ แล้วก็มีเสียงกรุ้งกริ้งๆ เช่น วันนี้จะคว้าเหล้ามาดื่ม พอ ขยับตัวได้ยินเสียงดังกริ้ง ก็คิดว่าอย่าดื่มเข้าไปนะ มัน มีเลียงเตือนสติเหมือนอย่างกับว่าท่านมาเตือนด้วยตัวเอง อย่างนี้ก็เรียกว่ากุศโลบาย เพราะฉะนั้น ปู่ย่าตาทวดได้หากุศโลบายมามากมาย เพื่อให้ตัวเราและลูกหลานในภายหน้า เวลาจะทำอะไรไป ทุกย่างก้าวให้เอาใจผูกไว้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อยังจำได้ เมื่อตอนนั้น หลวงพ่ออยู่ชั้นมัธยม โยมพี่สาวมา เรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา พอ กลับไปบ้าน เอารูปดาราภาพยนตร์ฝรั่ง ไปติดที่ผนังบ้าน ดาราเขาก็รูปร่าง หน้าตาเรียบร้อย ไม่ได้โป๊ไม่ได้เปลือย อะไรหรอก แต่ขนาดนั้น โยมพ่อยังห้าม โยมพ่อมาเห็นเช

หัวข้อประเด็น

- การใช้กุศโลบายในการเตือนสติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก่อนจะทำอะไรจะได้คิดหน้าคิดหลัง คิดระวังถึงพ่อถึงแม่ด้วย บางรายถึงกับทำให้เป็นกริ่งด้วย คือข้างในกลวง พอขยับ แล้วก็มีเสียงกรุ้งกริ้งๆ เช่น วันนี้จะคว้าเหล้ามาดื่ม พอ ขยับตัวได้ยินเสียงดังกริ้ง ก็คิดว่าอย่าดื่มเข้าไปนะ มัน มีเลียงเตือนสติเหมือนอย่างกับว่าท่านมาเตือนด้วยตัวเอง อย่างนี้ก็เรียกว่ากุศโลบาย เพราะฉะนั้น ปู่ย่าตาทวดได้หากุศโลบายมามากมาย เพื่อให้ตัวเราและลูกหลานในภายหน้า เวลาจะทำอะไรไป ทุกย่างก้าวให้เอาใจผูกไว้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงพ่อยังจำได้ เมื่อตอนนั้น หลวงพ่ออยู่ชั้นมัธยม โยมพี่สาวมา เรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา พอ กลับไปบ้าน เอารูปดาราภาพยนตร์ฝรั่ง ไปติดที่ผนังบ้าน ดาราเขาก็รูปร่าง หน้าตาเรียบร้อย ไม่ได้โป๊ไม่ได้เปลือย อะไรหรอก แต่ขนาดนั้น โยมพ่อยังห้าม โยมพ่อมาเห็นเช้าใบ โยมพ่อ ว่าเลย “อุตส่าห์ส่งไปเรียน แค่นี้ยังแยก ไม่ออกว่าอะไรควรหรือไม่ควร รูปพวก นี้มันทำให้จิตใจดีงามอะไรขึ้นมาได้บ้าง” โยมพี่ตอบไม่ได้ เลยเก็บทิ้งหมด ตกเย็นพ่อก็มาบอกว่า “เวลาที่ พระประธานประจำโบสถ์ หรือพระแก้วมรกต พระพุทธชินราช หรือพระไหนที่เคารพนับถือ มาติดเอาไว้เพื่อให้นึกถึง พระพุทธเจ้า เดินผ่านท่าน นึกถึงพระคุณความดีของท่าน นั้นแหละ คือจุดประสงค์ที่เขาเอารูปมาติดกัน เราไปเอารูป ดารามาติดบ้าน มันได้อะไร ความดีไม่เกิดหรอกลูกเอ๊ย พอเห็นรูปดาราผู้หญิงสวยๆ อย่างนี้เห็นแล้วมันก็มีแต่น่ากอด น่าจูบ แล้วกุศลจิตมันเกิดตรงไหนเล่าลูก” นี่คือทัศนคติที่ โยมพ่อให้เอาไว้แก่พี่สาวหลวงพ่อ เพราะฉะนั้น การรี!กลูกหลานให้มีความเคารพใน เขาเอารูปติดไว้ในบ้าน เขาจะติดไว้ สำหรับยกใจคน เขาจะเอารูปพ่อแม่ ถ้ายังเป็นเด็กนั้นเขายังนึกพระคุณพระสัมมาสัม พุทธเจ้าไม่ออก แต่ถ้าให้นึกถึงประวัติของ ปู่ย่าตาทวดมาติด เพื่อนึกถึงพระคุณ 6 6 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาก็พอจะนึกออกว่า 55 ของท่าน เดินผ่านรูปท่านไป ก็ยัง ทีหนึ่ง ค่าสอนค่าห้ามที่ท่านให้เอาไว้ นึกถึงค่าสอนของท่าน เห็นหน้าท่าน ว่าอย่างไร มันจะลอยขึ้นมาในใจ พระองค์ลําวนากล่าวบนมาก กว่าจะเอาอรรมะมา ให้ราได้ ถ้าไม่เอารูปพ่อรูปแม่ ก็เอารูปพระมหากษัตริย์ เห็นแล้วก็นึกถึงว่า เราจะช่วยพระองค์ทำแผ่นดินนี้ให้ดี ให้เจริญ หรือไม่ก็เอารูปพระสงฆ์องค์เจ้า พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ ที่เคยเคี่ยวเข็ญเรามา เอามาติดไว้ให้เห็นหน้าท่าน ก็นึกถึงคำสอนของท่าน ผ่านรูปท่านก็ยกมือไหว้ก่อนแล้ว ถึงจะไป ถ้าไม่อย่างนั้นก็เอารูปพระพุทธรูป จะเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รียกให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน กับผู้ใหญ่ ต้องมีกุศโลบายให้เด็กเกิดกุศลจิต รู้จักไตร่ตรอง จับแง่คิดให้เห็นเหตุเห็นผลในคุณค่าของเรื่องนั้น -- มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ๓๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More