ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของวัชระ ทรงสร้างกำแพงสูงรอบอาคารเหล่านี้ มีประตู
ใหญ่ประตูเดียว จึงเป็นการรวมวัดต่างๆ เข้าด้วยกัน รวม
เรียกว่า มหาวิหาร เรียกว่า ชุมชนสงฆ์แห่งนาลันทามหาวิหาร
(นาลันทา - มหาวิหารียะ - อารยะ - ภิกษุ - สังฆสยะ)
กษัตริย์ผู้สร้างนาลันทามิได้นับถือพุทธศาสนา แต่
นับถือศาสนาพราหมณ์ มีแต่พาลาทิตยะเท่านั้นที่ศึกษากับ
ครูมหายานที่ชื่อ วสุพันธุ์ กษัตริย์ผู้สืบราชสมบดีองค์ต่อมา
คือ วัชระ เป็นผู้ที่มีศรัทธามั่นคง
คำถามก็คือ เหตุโดกษัตริย์พราหมณ์ จึงมาสร้าง
วัดพุทธศาสนา? ภิกษุ-
อี้ชิง เล่าว่า นาลันทา
ประกอบด้วยหมู่บ้าน
๒๐๐ แห่ง ในสมัยของ
ศักราทิตยะ วัดในพุทธ-
ศาสนาเป็นศูนย์กลาง
ของการศึกษา และการ
สร้างวัด ถือว่าเป็นการ
ED
ต้องการเข้ามาร่วมอภิปรายด้วยผู้เสาประตูจะตั้งคำถามยากๆ
มีหลายคนที่ตอบไม่ได้ จึงต้องออกไป ผู้เข้าเรียนจะต้อง
ศึกษาหนังสือเก่าและใหม่หลายเล่มมาก่อนเข้าเรียน ผู้ที่
ตอบคำถามไม่ได้กับผู้ที่ตอบได้ มีจำนวน ๗-๘ ถึง ๑๐ เรียกว่า
การกรองความ ส่วนพนักงานผู้เสาประตู ภาษาจีน
เรียก “เม่ง” แปลได้ว่าคนแบกกระเป๋าหรือภารโรง ซึ่ง
จะต้องมีความรู้
ความสามารถ ที่จะ
ทดสอบนักศึกษาได้
ไม่ปรากฎ
หลักฐานว่า นัก
ศึกษาจะต้องศึกษา
ในมหาวิทยาลัยเป็น
เวลานานตายตัว
เท่าโด น่าจะขึ้นกับ
ว่า นักศึกษาเรียน
สนับสนุนการศึกษา มิใช่
สนับสนุนพุทธศาสนา
เดิมเป็นที่ใช้สัมมนา ใน
พุทธศตวรรษที่ ๑๒ จึง
กลายเป็นศูนย์การเรียนการสอน
ทั้งสองรูปนี้ปั้นรูปปั้นทระโทธิสัตว์อัน
มีชื่อเสียงของนาสันทา
วิชานั้นๆ จบเมื่อไหร่
มากกว่า ที่นาลันทา
ไม่มีประเพณีการ
มอบปริญญา หรือ
ชีวิตการศึกษาและสังคมในนาลันทา
นาลันทาพัฒนาตัวเองมาเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่
มีชื่อเสียงมาก ทำให้พระภิกษุจีนและที่ทิเบต เป็นต้น
เดินทางมาแสวงหาความรู้ ณ นาลันทามีชื่อเสียงมากที่สุดใน
พุทธศตวรรษที่ ๑๓ หรือคริสต์ศตวรรษที่ 7 เป็นศูนย์การ
ศึกษาและสัมมนาชั้นสูง ภาษาสมัยใหม่ เรียกว่า สถาบันแห่ง
มหาวิทยาลัยทางการศึกษา ซึ่งเราดูได้จากการเลือกคุณสมบัติ
ของผู้เช้าเรียน กฎระเบียบของมหาวิทยาลัยนาลันทา
เคร่งครัดกว่าที่อื่น เพราะความที่เคร่งครัดมากทีเดียว จึง
ไม่มีการต่อต้านกฎหรือขับไล่นักศึกษาออกแต่อย่างใด
การลงทะเบียนและการรับนักศึกษาเข้าเรียนต้อง
ทำด้วยความรอบคอบรัดกุม และการทดสอบสดีปัญญาเป็น
เครื่องวัด ดังที่ท่านส่วนจัง เล่าว่า “ถ้าคนจากแผนก
ซากโบราณสถานที่เสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโบสถ์วัดนาสันทา
ประกาศนียบัตร ภิกษุส่วนจัง ศึกษาปรัชญาโยคาจารกับ
ครูศีลภัทร ศึกษาในนาลันทา 5 ปี และภิกษุอี้ชิง 90ปี
ทั้งสองท่านมีพื้นความรู้มาอย่างดีแล้ว ก่อนที่จะมายัง
นาลันทา
วิชาที่ศึกษาในนาดันทา ก็มีวิทยา ๕ ประการ
เป็นการศึกษาแบบอิสระในสมัยนั้น ภิกษุวยหลีเล่าว่า
2 -- มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ | ๔๗