ข้อความต้นฉบับในหน้า
เดียวเท่านั้น ที่จัดการไหลรวมสรรพสิ่งให้คลุกเคล้าเป็นอัน
เดียว...”
ความหลัง
โดยไม่ได้นัดหมาย เขาทั้งสองร่วมหัวเราะให้กับ
“แม้แต่การจัดเก็บข้าวของ อยู่กันเท่าไรต่อเท่าไร
ก็ต้องจัดเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด เมื่อวางไว้ข้างนี้ กล่อง
เก็บของจัดไว้ช้างนั้น หนังสือเรียนเก็บไว้ตรงโน้น เล็กๆ น้อยๆ
ไม่มีการมองข้ามตอนนั้น ผมยังเคยเสนอเลยว่าเอาตาม
สะดวกดีกว่า หลวงพี่ท่านบอกว่า อย่ามองข้ามสิ่งเล็กน้อย
เพราะสิ่งเล็กน้อยทำให้เรื่องใหญ่ๆ สมบูรณ์ และเรื่องใหญ่ที่
สมบูรณ์ ไม่เคยเป็นสิ่งเล็กน้อย จะนานแค่ไหน ผมว่าไม่ลืม"
“เรื่องการปฏิบัติธรรม หลวงพี่ท่านยิ่งเคี่ยวเข็ญ ตอน
บู
แรกๆ มาผมไม่ชอบเลย ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมงๆ
เมื่อยก็เมื่อย ปวดก็ปวด แต่ทำไงได้ ก็ทนๆ กันไป หลังๆ
เข้า ชักเริ่มคุ้น เริ่มเคย เริ่มชอบ เริ่มรัก เริ่มมีความสุข
จากการนั่งสมาธิ สุดท้ายก็รักการปฏิบัติธรรมเต็มหัวใจ
ทุกวันนี้ ถ้าว่างเมื่อไร เป็นได้หลับตาซัดสมาธิกันล่ะ"
“ตอนเราเด็กๆ หลวงพี่ท่านถึงเน้นย้ำเรื่องการนั่งนัก
ว่าให้ดีทั้งท่าและธรรม ท่าต้องหลังตรง ดูดีมีสง่า จะได้ไม่
ปวดเมื่อย และจะได้ติดไปเป็นนิสัย"
“ท่าดีอย่างเดียว แต่ก็ทีเหลวไม่ได้ ธรรมภายในก็
ต้องทำให้ถึงดี ถูกดี และพอดีด้วย" ชายร่างเล็กกว่ากล่าวเสริม
“อย่าให้ความหงุดหงิดงุ่นง่านฟุ้งซ่านรำคาญใจโงก
ง่วงซึมเซาง่วงเหงาหาวนอนมาครอบงำแม้สักเสี้ยวใจ ของ
พวกนี้ต้องอาศัยเวลาและความตั้งใจจริงในการฝึกฝน ไม่
เคยมีใครที่ทำสำเร็จแล้วผิดหวังต่อสิ่งที่ตนพยายามเลยสักคน"
“เรื่องระเบียบวินัยต่างๆ พอเราบวชมาบีบ หลวงพี่
ท่านก็เข้มงวดใบ ทุกอย่างต้องเป๊ะๆ ไปหมด ทั้งยืน เดิน
นั่ง นอน”
“คงคล้ายๆ กับดอกมะลิสินะ” มือของชายร่างใหญ่
ชี้ไปที่ต้นมะลิ “มีวินัยประหนึ่งด้ายที่เรียงร้อยมะลิจนเป็น
มาลัยอันงดงาม ไม่กระจัดกระจาย”
“นั่นแหละ ถูกแล้ว เพราะวินัย เป็นสิ่งหนึ่งที่
สามารถหล่อหลอมพวกเรา จากต่างครอบครัว ต่างสังคม
ให้รวมกันเป็นหนึ่งและยังเป็นเบื้องต้นของคุณธรรมขั้นสูงยิ่งๆ
ขึ้นไป ถ้าเราสามารถควบคุมกาย สามารถอดทนต่อความ
ยากลำบากภายนอกได้ เดี๋ยวเราก็สามารถควบคุมใจ
สามารถควบคุมต่อกิเลสภายในที่เข้ามากระทบได้ไม่ยาก”
“เหมือนอย่างที่คุณยายของเราท่านกล่าวเอาไว้ว่า
หากหยาบยังไม่ละเอียด แล้วละเอียดจะละเอียดได้อย่างไร
ทั้งหยาบและละเอียดต่างสอดคล้องกันตลอดเวลา เพราะ
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น เกิดขึ้นจากใจของเราเป็นอันดับแรก”
“ถึงแม้จะอึดอัดไม่ใช่เล่นในตอนแรกๆ แต่พอนาน
เข้าสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน
คุณธรรมความดีที่ได้จากการฝึกฝนตนเองอย่างเข้มงวด
กลับซึมซับจนแยกไม่ออกกับชีวิตประจำวันของเรา"
“ใช่ อีกอย่าง เมื่อเราหวนระลึกถึงคราใด ก็ทำให้
เราปลาบปลื้มหัวใจไม่ใช่น้อย"
“นั่นสินะ"
เขาทั้งสองเงยหน้าขึ้นดูเมฆสีขาว คล้ายว่ามัน
กำลังเล่าเรื่องราวในวันคืนเก่าๆ ให้กับเขาอย่างไพเราะที่สุด
“กี่ปีแล้วนี่ ท่านพอจะว่าได้ไหม”
“ได้สิ ได้ ๓๙ ปีพอดี ๓๗ ปีมาแล้วนับตั้งแต่วันนั้น"
เงาร่างของเขาทั้งสองเริ่มจางหายไปพร้อมค่า พูด
ประโยคนั้น เมื่อตะวันคล้อยลงสู่ทิศตะวันตก
...ไม่ว่าอีก ๑๕ นาที หรืออีกกี่สิบปีจะผ่านไป
ถึงแม้ที่ตรงนี้จะไม่มีเงาร่างของผู้ใด
สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คู่ที่นี่เสมอ คือความทรงจำอัน
เปี่ยมสุข ครั้งนั้น
๗๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕