ความสำคัญของลุมพินี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 3 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 108

สรุปเนื้อหา

๒^ การขับร้องฟ้อนร่า อย่างร่าเริงเบิกบาน มีบรรณาการจาก แคว้นต่างๆ มากมาย เป็นนิมิตหมายแสดงถึงการเกิดขึ้น ของพระเจ้าจักรพรรดิด้วย เมื่อ ๒๔๖๒๔ ปีมาแล้ว แผ่นดินแห่งลุมพินีวันได้ รองรับการบังเกิดขึ้นของมหาบุรุษของโลก จึงเป็นสถานที่ที่ มีความสำคัญและมีความหมายต่อพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นหนึ่งในสี่ของสังเวชนียสถาน เมื่อเวลาผ่านไปลุมพีนี้วัน กลายเป็นอดีต เป็นเมืองที่สาบสูญอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่ง ในราว พ.ศ. ๘๔๑ มีพระภิกษุชาวจีนรูปหนึ่งชื่อ พระฟาเหียน ได้จาริกมายังประเทศอินเดียเพื่อค้นหาพระไตรปิฎก และ ได้ทำการบันทึกอย่างละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับซาก โบราณสถานที่ปรากฏในลุมพีนี ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม มี ป่าไม้ปกคลุมหนาทึบ พระฟาเรียนได้บันทึกเพิ่มเติมว่า ตามเส้นทางเดินผู้คนต้องคอยระวังช้างและสิงโต ต่อมาในวันที

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของลุมพินี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒^ การขับร้องฟ้อนร่า อย่างร่าเริงเบิกบาน มีบรรณาการจาก แคว้นต่างๆ มากมาย เป็นนิมิตหมายแสดงถึงการเกิดขึ้น ของพระเจ้าจักรพรรดิด้วย เมื่อ ๒๔๖๒๔ ปีมาแล้ว แผ่นดินแห่งลุมพินีวันได้ รองรับการบังเกิดขึ้นของมหาบุรุษของโลก จึงเป็นสถานที่ที่ มีความสำคัญและมีความหมายต่อพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นหนึ่งในสี่ของสังเวชนียสถาน เมื่อเวลาผ่านไปลุมพีนี้วัน กลายเป็นอดีต เป็นเมืองที่สาบสูญอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่ง ในราว พ.ศ. ๘๔๑ มีพระภิกษุชาวจีนรูปหนึ่งชื่อ พระฟาเหียน ได้จาริกมายังประเทศอินเดียเพื่อค้นหาพระไตรปิฎก และ ได้ทำการบันทึกอย่างละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับซาก โบราณสถานที่ปรากฏในลุมพีนี ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม มี ป่าไม้ปกคลุมหนาทึบ พระฟาเรียนได้บันทึกเพิ่มเติมว่า ตามเส้นทางเดินผู้คนต้องคอยระวังช้างและสิงโต ต่อมาในวันที่ ด ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๘ นัก โบราณคดีชาวอังกฤษได้ค้นพบหลักศิลาจารึกของพระเจ้า อโศกมหาราช ตอนที่พบครั้งแรก ศิลานี้ถูกทับถมด้วยอิฐ ดิน หินปูนเก่าๆ สูงหลายฟุต เป็นศิลาที่จารึกเรื่องราวเมื่อครั้ง ที่พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จเยือนลุมพีนี้หลังพุทธปรินิพพาน ๒๐๐ กว่าปี ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีขึ้นอีกหลายครั้ง พบเครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปขนาดเล็ก เหรียญกษาปณ์ อิฐฐานรากของพระสถูปและอารามต่างๆ สิ่งสำคัญที่ค้นพบคือ หลักศิลาใหญ่ของพระเจ้า อโศกมหาราชนั้น เป็นเครื่องชี้จุดที่ประสูติ ที่พระบาทของ พระโพธิสัตว์สัมผัสแผ่นดินเป็นครั้งแรก ปัจจุบันที่เห็นเป็น เสาหินทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔๐ เซนติเมตร สูงประมาณ ๓ เมตร ล้อมรอบด้วยรั้วเหล็ก ภายในรั้ว เดียวกันจะเห็นเสาที่ยอดหักไปแล้วเหลือแต่ฐานเพียงเล็กน้อย เสานั้นคือเสาที่พระเจ้าอโศกโปรดให้สร้างขึ้น ส่วนเสาสูงที่ เห็นนั้นเป็นเสาจำลอง ที่เสาหินมีอักษรจารึกเป็นภาษาเก่าแก่ เรียกว่า พราหมี บันทึกไว้แปลได้ความว่า "ในปีที่ ๒๐ แห่งรัชกาลพระเจ้าเทวานัมปิยะหัสสี (คือ พระเจ้าอโศกมหาราช) พระองค์ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง กระทำการสักการบูชา ณ ที่นี้ ซึ่งเป็นที่ประสูติขององค์ พุทธศากยมุนี ทรงสร้างรูปวิคฑะด้วยศิลา และทรงปักหลัก ศิลานี้ไว้ เพื่อแสดงว่าสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติ ณ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ หระภิกษุขาวเนบ่าสมานั่งสมาธิร่วมกับคณะของเราที่สุมหินี ตรงนี้ โปรดให้งดเก็บส่วยอากรที่หมู่บ้านลุมพินี และ โปรดให้งดเก็บเอาพืชผลแต่เพียง ๑ ใน ๔ ส่วน” (คือได้ รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเต็มอัตรา ให้เสียเพียงหนึ่ง ในแปดส่วนเท่านั้น) รูปวิคฑะ ที่กล่าวถึงในศิลาจารึกคือ รูปสลักที่ พระเจ้าอโศกโปรดให้ประดิษฐานบนยอดเสาศิลาจารึก เป็น รูปสิงห์สี่ตัวบ้าง รูปสิงห์ตัวเดียวบ้าง บางทีก็เป็นรูปโค ซึ่ง เราจะได้พบเห็นแทบทุกที่ที่เป็นสังเวชนียสถาน แต่ส่วนใหญ่ จะแตกหักเสียหายเพราะถูกฟ้าผ่า หรือไม่ก็ถูกทำลายโดย คนนอกศาสนา ความรู้สึกเปียมสุขที่ได้มาสักการะสถานที่ประสูติ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น แฝงด้วยความรู้สึกสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ทรง ส่งเสริมสนับสนุนให้พระพุทธศาสนาเผยแผ่ไปอย่าง กว้างขวางจนมาถึงสุวรรณภูมิแหลมทองของไทย ทั้งยัง ทรงรวบรวมหลักฐาน เรื่องราวของพระพุทธองค์ไว้เป็นมรดก ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นการยืนยันว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีองค์จริง ธรรมะหรือคำสอนของพระพุทธองค์สามารถปฏิบัติ ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้จริง หากไม่ใช่เพราะผลงานของ พระเจ้าอโศกมหาราชแล้ว ๒,๔๔๔ ปี หลังพุทธปรินิพพาน จะเหลืออะไรให้เป็นที่พึ่งแก่มนุษยชาติบ้าง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๑๓ เป็นต้นมา สังเวชนียสถาน แห่งนี้ก็อยู่ในความดูแลของกองทุนพัฒนาสุมพินี (ปบตาชิเกเ Develop mon) █บร!) ลุมพีนีโนวันนี้ ยังคงเป็นสวนป่าที่ร่มรื่น มีสระน้ำกว้างใหญ่ อากาศยามเช้าที่นี่จึงสดชื่นเย็นสบาย คณะของเราได้มาสวดมนต์และนั่งสมาธิบูชาพระรัตนตรัย
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More