อุทยานลุมพินี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 3 หน้า 25
หน้าที่ 25 / 108

สรุปเนื้อหา

เวลาเดินทางประมาณ ๒๐ กว่านาทีเท่านั้น คำว่าลุมพินีเป็น ชื่อของเจ้าหญิงแห่งศากยะพระองค์หนึ่ง อุทยานลุมพินีวันนั้น มีประวัติว่าเป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่ชาวเมืองทั้งสอง ระหว่างกรุงกบิลพัสดุและเทวทหะ มักมาเที่ยวชม ใช้เป็น ที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งยังเป็นที่เสด็จประพาสของเจ้าศากยะ ทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงฤดูเทศกาลต่างๆ จะใช้เป็น สถานที่จัดงานรื่นเริงร่วมกัน อาจารย์บรรจบได้บรรยายไว้ว่าในอุทยานลุมพินีวัน มีพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ สวยงาม มาก ในวันที่พระนางสิริ มหามายา เสด็จมาถึงนั้น มีผู้คนตามเสด็จเป็นพัน เป็นหมื่นคน พอมาถึง อุทยานแห่งนี้ พระนางเกิด อยากจะเสด็จประพาส เพราะวาทนความสวยงาม ของมวลหมู่ไม้นานาพันธุ ไม่ไหว ก็เสด็จลงประพาส ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วง วันเพ็ญเดือนวิสาขะ ดอกไม้กำลังผลิดอก บ TMะฟวิ่ง TM TM

หัวข้อประเด็น

- อุทยานลุมพินี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เวลาเดินทางประมาณ ๒๐ กว่านาทีเท่านั้น คำว่าลุมพินีเป็น ชื่อของเจ้าหญิงแห่งศากยะพระองค์หนึ่ง อุทยานลุมพินีวันนั้น มีประวัติว่าเป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่ชาวเมืองทั้งสอง ระหว่างกรุงกบิลพัสดุและเทวทหะ มักมาเที่ยวชม ใช้เป็น ที่พักผ่อนหย่อนใจ ทั้งยังเป็นที่เสด็จประพาสของเจ้าศากยะ ทั้ง ๒ ฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงฤดูเทศกาลต่างๆ จะใช้เป็น สถานที่จัดงานรื่นเริงร่วมกัน อาจารย์บรรจบได้บรรยายไว้ว่าในอุทยานลุมพินีวัน มีพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ สวยงาม มาก ในวันที่พระนางสิริ มหามายา เสด็จมาถึงนั้น มีผู้คนตามเสด็จเป็นพัน เป็นหมื่นคน พอมาถึง อุทยานแห่งนี้ พระนางเกิด อยากจะเสด็จประพาส เพราะวาทนความสวยงาม ของมวลหมู่ไม้นานาพันธุ ไม่ไหว ก็เสด็จลงประพาส ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วง วันเพ็ญเดือนวิสาขะ ดอกไม้กำลังผลิดอก บ TMะฟวิ่ง TM TM ยามพระนางเสด็จ รูปวิคฑ: บนยอดเสาของพระเจ้า อโศกมหาราช เป็นสิงห์สีตัว ผ่านกิ่งไม้ดอกไม้ ก็โบกสะบัดราวกับอาการเชื้อเชิญ ให้ พระนางประทับพักผ่อน ไปถึงต้นสาละก็เกิดประชวร พระนางเสด็จผ่านไปถึงต้นสาละก็เกิดประชวร พระครรภ์ บ่าวไพร่ที่ติดตามมาก็รีบจัดเตรียมสถานที่เพื่อ การประสูติ พระนางทรงโน้มกิ่งต้นสาละไว้ ปรากฏว่าเมื่อ พระนางประทับยืนตรง พระโอรสก็ประสูติออกมาโดยง่าย ไม่แปดเขื่อนด้วยน้ำเมือก เลือดและสิ่งไม่สะอาดใดๆ อุปม เหมือนกับแก้วมณีที่วางไว้บนผ้ากาสิก ย่อมไม่ทำให้ผ้ากาสิก แปดเขื่อน หรือแม้แต่ผ้ากาสิกเองก็ไม่ได้ทำให้ดวงแก้วมณี แปดเขื่อนด้วยเช่นกัน แต่ก่อนที่พระบาทของพระโพธิสัตว์ จะสัมผัสแผ่นดิน เทพบุตร ๔ องค์ ช่วยกันประคองไปไว้ เบื้องพระพักตร์ของพระมารดา แล้วกราบทูลว่า “โปรดพอ พระทัยเถิด พระเทวี พระราชโอรสเสด็จอุบัติขึ้นเป็นผู้มี ศักดิ์ใหญ่” มีธารน้ำ ๒ สายปรากฏขึ้น คือ ธารน้ำเย็นและ ธารน้ำอุ่น เพื่อชำระล้างพระโพธิสัตว์และพระมารดา เมื่อ พระโพธิสัตว์ทรงประทับยืนมั่นคงด้วยพระบาททั้งสองแล้ว ทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ทรงดำเนินไป ๗ ก้าว และทรงเปล่งพระอาสภวาจาว่า “เราคือผู้เลิศของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก" ขณะที่พระโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์พระมารดา นั้น แสงสว่างเจิดจ้าหาประมาณมิได้ปรากฏขึ้นทั้ง เทวโลก มารโลก พรหมโลก โลกธาตุสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ในช่วงเวลาที่พระโพธิสัตว์ประสูตินั้น ไม่แต่มนุษย์ เท่านั้นที่ดีใจ เทวดาชั้นต่างๆ ก็ดีใจ อาจารย์บรรจบได้เล่า เสริมในเรื่องนี้ว่า อสิตดาบสผู้ได้ฌาน ๔ มักจะไปพักที่ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นประจำ วันนั้นท่านรู้สึกแปลกใจว่าทำไ เทวดาทั้งหลายร่าเริงเหลือเกิน มีการสะบัดธงทิวออกมา ฟ้อนๆ กัน จึงถามเทวดาว่ามีอะไรกัน เทวดาตอบว่า ท่าน ไม่รู้หรือว่า พระพุทธเจ้าผู้เป้นยอดของโลกบังเกิดขึ้นแล้ว ศิตาสติกรูปพระนางสิริ มหามายาประสูติหเระ โอรส(เจ้าชายสิทธัตถะ) ประดิษรานอยู่ที่สุมพินี เมื่ออสิตดาบสทราบเช่นนั้นก็รีบ มายังกรุงกบิลพัสดุเพื่อเข้าเสา ถวายพระพรพระกุมารในขณะนั้น เป็นวันที่ ๕ หลังจากประสูติ เมื่อมาถึงพระกุมารกำลังบรรทม หลับอยู่ พระเจ้าสุทโธทนะโปรด ให้สนมไปดูว่าตื่นบรรทมหรือยัง ปรากฏว่าตื่นแล้ว นางสนมจึง อุ้ม พระกุมารออกมาถวาย พระเจ้าสุทโธทนะ แต่พระกุมาร กลับหลุดลอยจากพระหัตถ์ พระบิดา ไปประทับยืนอยู่บน ศีรษะของอสิตดาบส ดาบสมอง ดูแล้วเห็นมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ก็ก้มลงกราบ พระเจ้าสุทโธทนะก็ก้มลงกวาบตามเป็นครั้งแรกที่พ่อกราบลูก พิธีเฉลิมฉลองการประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้นยิ่งใหญ่มาก ทั้งเมืองกบิลพัสดุเต็มไปด้วยเสียงดนตรี มี อาย พ.ศ. ๒๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More