ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทำ น้าสุดท้าย : นวธรรม
ได้... หรือ เสีย...
"ได้"... เป็นอาการของการได้รับมาหรือตกมาเป็นของตัว
“เสีย”... เป็นคำกิริยาว่า ทำให้เลวลง หรือหมดสิ้นไป
ชาวโลกทั้งหลายล้วนแล้วแต่อยากได้มากกว่าเสีย แต่ความรู้
คิดของเขาเหล่านั้นเป็นความเข้าใจผิดทั้งสิ้น ที่คิดว่าตนจะได้กำไร
เพราะใช้ชีวิตเพลิดเพลินกับการเที่ยวเล่นดื่มกิน ภูมิใจในประสบการณ
เหล่านี้ ซึ่งความจริงแล้วมีแต่เสียหรือขาดทุนชีวิตทั้งนั้นเพราะเท่ากับ
เอาเวลาและสังขารไปถล่มทลาย โดยไม่ได้สร้างสรรค์คุณธรรมดๆ
แก่ตน
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า การเกิดเป็นมนุษย์ผู้มีใจปรุงเสาไฟ
อาการครบถ้วน มีสติสัมปชัญญะ และได้พบพระพุทธศาสนานั้น ถือว่า
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้น้อมนำความรู้กัน
บริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปใช้สร้างความดี สั่งสมบารมีให้ยงจ
ชิ้นไป กันจะนำไปสู่ความสุขความสำเร็จของชีวิตเราอย่างแน่นอน โอกาส
ดีที่จะสร้างคุณค่า สร้างสิ่งที่ดีงามให้แก่ชีวิตก็ขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง
ที่จะเริ่มลงมือประกอบเหตุนี้เมื่อใด
ทันทีที่ตื่นนอนในยามเช้าแล้วลืมตาเมื่อใด ก็เท่ากับว่าเรา
กำลังย่างก้าวเข้าสู่สมรภูมิชีวิตแล้ว เพราะพื้นฐานของโลกนั้นเต็มไป
ด้วยความทุกข์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คอยบั่นทอนชีวิตจิตใจให้เราท้อแท้หมด
กำลังใจ แล้วจมอยู่กับความทุกข์ตลอดไป
ดังนั้น เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันของการต่าวิ่งชีวิตจึงต้องมี
*หลักวิชชา เพราะถ้าเราไม่มีหลัก,
ความจริงของชีวิต ไม่มีโอกาสสร้างควันหลงบารมี สร้างสิ่งที่ดีงาม
แล้วมาในชาดีนี้เราก็จะไม่รู้
ให้เกิดชันแก่ตนเองและชาวโลก ถ้าเป็นเช่นนี้เราก็จะให้ชิคว่า เกิตมา
แล้วเสียเวลาเปล่า กันเป็นเหตุนำมาของคำว” “เสียดาย” ซึ่งหมายถึง
เราจะรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ควรจะได้ คือบุญบารมี แต่ไม่ได้ หรือ เราจะรู้สึก
เสียใจในสิ่งที่ควรทำ คือการสร้างบารมีปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระ
ธรรมกายที่มีอยู่ภายในตัวเราทุกคน แต่ก็ไม่ได้ท่า
กนละ!
แล้ววันนี้.... เราจะเลือกเส้นทางชีวิตว่าควรจะได้... หรือ เสีย...
Doc กัลยาณมิตร มีนาคม พ.ศ. ๒๕
Kalyanamitra.ord